Q : ตลอด 5 ปี มันมีจุดเปลี่ยนอะไรที่เราเห็นได้ชัด
A : จุดเปลี่ยนที่สำคัญเลย คือตอนปี 2016 ถึง 2017 จะเห็นว่าเป็นช่วงเริ่มต้น จะเป็นเรื่องของการสร้างฐาน ซึ่งเราก็เริ่มสร้างกันไปเรื่อยๆ เพื่อทำให้คนเริ่มมีความเข้าใจ คำว่า Startup ก็จะมีความเข้าใจกันในกลุ่มของคนที่เป็นคนรุ่นใหม่ กลุ่มของนักธุรกิจรุ่นใหม่
แต่พอปี 2016 อันนี้ต้องขอบคุณรัฐบาล รัฐบาลเริ่มให้เข้ามาแล้วดึงความสำคัญของ Startup ขึ้นมาในระดับนโยบายของชาติ ก็เลยเป็น หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ทำให้กระแส Startup มันขยายวงกว้างมากจากกรุงเทพฯ แล้วก็ไปสู่ตามภูมิภาคต่างๆ แล้วบวกกับ ณ ตอนนั้น รุ่นพี่เก่าๆ ก็เริ่มที่จะแข็งแรงมากขึ้น (รุ่นแรกๆ) ที่จะเทิร์นตัวเองจากการเป็น Early State อัพมาเป็น Startup ที่ทำธุรกิจได้แล้ว ช่วยเป็นเมนเทอร์ให้ รุ่นน้องถัดๆ ไป
Q : สิ่งที่มันเกิดขึ้นในภาพของ AIS เราเอง มันเชื่อมโยงกลับมาที่นโยบายหลักในมิติมุมไหนบ้าง
A : Startup ปัจจุบันนี้อยู่ภายใต้ Ecosystem ดังนั้น Startup ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Strategy ของบริษัทที่จะขับเคลื่อน โดยการ ทำงานของเรา ที่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Business Unit ทั้งหมด ในภาพของ Strategy Middle การเคลื่อนของ Service การรับ Startup เข้ามาเพื่อที่จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ก็มีการคิดต่อว่าอะไรคือสิ่งที่เรากำลังจะก้าวไป และอะไรคือสิ่งที่ Startup กำลังจะก้าว
Q : จริงๆ แล้ว Startup ที่เกิดขึ้นเราก็เห็นว่ามีทั้งประสบความสำเร็จและก็ล้มเหลวไป ตรงนี้เรามองเรื่องนี้ยังไง
A : ไม่มีอะไรที่ประสบความสำเร็จ 100% พี่เองก็ไม่ได้ทำทุกอย่างแล้วประสบความสำเร็จ 100% ดังนั้นการที่ Startup เข้ามาแล้วเลิกไป ทำอย่างอื่นต่อ หรือเลิกแล้วสักพักค่อยกลับมาทำใหม่ หรือเลิกไปเลย หรือจริงๆ แล้วเทิร์นเป็นตัวอื่น มันคือเรื่องธรรมชาติ เป็นกลไก ของการทำธุรกิจ มันไม่ได้มีคำว่าประสบความล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ เพราะว่านิยามคำๆ นี้มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่มันคือกลไกของการเรียนรู้ในแต่ละช่วงเวลา เพียงแค่ว่าเมื่อเราเรียนรู้ว่ามันใช่ เราจะทำยังไงให้สิ่งที่มันใช่ มันยังคงดำเนินต่อไป หรือถ้าเราเรียนรู้ว่ามันไม่ใช่แล้ว เราจะเทิร์นคำว่าไม่ใช่ออกมาเป็นสิ่งที่ใช่ยังไงมากกว่า
Q : เวลาเราเลือกหรือว่าเราประเมิน Startup ที่จะเข้ามาทำงานกับเรา เราใช้เกณฑ์อะไรในการมอง
A : มิติแรกแน่นอนว่าคือเรื่องตลาด เป็นเรื่องของคนที่ใช้งานจริงๆ ตลาดมีความน่าสนใจไหม มีความใหญ่ไหม มีคู่แข่ง A มีตลาดมาก น้อยแค่ไหน แล้วคุณค่าบริการของ Startup ส่งไปสู่ผู้ใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหน ต่อมาสิ่งที่พี่ให้ความสำคัญมากๆ คือเรื่องทีม การทำ Startup การส่งเสริม Startup เนี่ย มากกว่าการส่งเสริมธุรกิจคือการส่งเสริมคน
อย่างที่เมื่อกี้คำถามที่ถามในเรื่องของความล้มเหลว สำหรับพี่ พี่มองว่ามันเรื่องธรรมชาติ เพราะว่ามันคือการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราเลือกคนที่ถูกแม้ว่าเขาทำแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่เขาจะเทิร์นคำว่าไม่ใช่มาเป็น Positive Thinking แล้วเอามาปรับปรุง แล้วทำสิ่งอื่นที่ มันส่งคุณค่ามากกว่า
ดังนั้นวันนี้ธุรกิจแบบนี้มันใช่ธุรกิจ ถ้าเราเลือกคนที่ใช่มาตั้งแต่วันแรกอีก 5 ปีถัดไปเขาก็ยังเป็นคนที่ใช่ นั่นคือตัวของ P roduct ที่เขาจะทำอะไร มีเทคโนโลยีจริงในการรองรับ แล้วเทคโนโลยีนั้นอยู่ในราคาที่ Affordable ไหม แล้วเทคโนโลยีเหล่านั้นหรือเซอร์วิสเหล่านั้น เป็นเซอร์วิส ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่
ส่วนสุดท้ายเลย เรื่องของ Business Model ทั้งหมดทั้งปวงที่ทำมาจะยั่งยืนได้ยังไง หารายได้จริงๆ ได้ยังไงในรูปแบบไหนบ้าง เขามีความ เข้าใจไหม แล้วถ้าเกิดเขารู้ว่าจริงๆ มันมีรูปแบบรายได้แบบนี้ เขามีความเข้าใจไหมว่าเขาจะต้องทำยังไงเพื่อให้รายได้จากตรงนั้น