มิตซูบิชิ มอเตอร์สมีการเปิดตัวรถยนต์ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเอ็กซ์แพนเดอร์เอชอีวีและ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีใหม่ ครั้งแรกของโลกในประเทศไทย ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าแนวคิดการทำตลาดของค่าย รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นค่ายนี้ ยังคงมองว่ารถไฮบริดเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ความต้องการและโครงสร้างของตลาด รถยนต์ในประเทศไทยตอนนี้
เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า ตลาด รถยนต์ในประเทศไทย ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังนิยมใช้รถเครื่องยนต์สันดาปมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้าเหมือนกับประเทศ ญี่ปุ่น เหตุผลส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคยังต้องการความสะดวกสบาย และไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟ เหมือนรถยนต์ EV แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการรถที่ประหยัดน้ำมัน ดังนั้นรถยนต์ไฮบริดจึงเป็นสินค้าที่เหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยมากที่สุดตอนนี้

ส่วนรายละเอียดของรถเอ็กซ์แพนเดอร์เอชอีวี และเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอสเอชอีวีนั้น เป็นรถยนต์สำหรับ ครอบครัว 7 ที่นั่งขนาดเล็กในประเทศไทยที่มาพร้อมกับระบบฟูลไฮบริด ซึ่งผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและ เทคโนโลยีระบบควบคุมการขับเคลื่อนอันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เข้าไว้ด้วยกัน
โดยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดในเอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีได้รับการพัฒนา ขึ้นใหม่ด้วยการต่อยอดจากระบบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs) ที่มอบอัตราเร่งที่ทรงพลังไหลลื่นไม่มีสะดุด ตอบ สนองได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 85 กิโลวัตต์ พร้อมเครื่อง กำเนิดไฟฟ้าผสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร MIVEC โดยมีแบตเตอรี่ขับเคลื่อนที่ได้รับการพัฒนา สำหรับรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงและแบตเตอรี่ตอบสนองต่อแรงบิด 255 นิวตันเมตรได้อย่าง รวดเร็วเมื่อออกตัวและให้อัตราเร่งที่ทันใจเมื่อกดคันเร่ง ผู้ขับขี่จึงสามารถเปลี่ยนเลนบนทางด่วนได้อย่างราบรื่นไร้ กังวลและกลับรถบนถนนในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นได้อย่างสะดวกง่ายดาย
นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control: AYC) ที่ทำงาน สอดผสานอย่างลงตัวกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 2 ล้อเพื่อมอบความปลอดภัยและความมั่นใจในการขับขี่ด้วย สมรรถนะการควบคุมรถที่เหนือชั้น พร้อมด้วยโหมดการขับขี่ที่หลากหลายซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการเกาะถนนและ ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดายและคล่องตัวบนทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับ โหมดการขับขี่เป็น EV Priority ได้ตามต้องการ

ทั้งนี้ รถทั้ง 2 รุ่นนี้จะผลิตขึ้นในไทยโดยบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ณ โรงงานผลิต รถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์สที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือการเปิดตัวในช่วงแรกไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน ทางมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ได้มีการแก้เกมเพื่อลดกระแสความแรงของรถ EV จากประเทศจีน ด้วยการตั้งราคาที่น่าจะทำให้คนที่ลังเลว่าจะไปรถ EV หรือไม่ เกิดความรู้สึกหวั่นไหวได้ทันที เพราะเป็นรถไฮบริดที่ราคาเท่ากับรถสันดาป คือรุ่นเอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ขายในราคา 912,000 บาท ส่วนรุ่นเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวีขายในราคา 946,000 บาท
นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษมิตซูบิชิ เอ็กซ์ตร้า แคร์ เพื่อให้ลูกค้า ทุกท่านสามารถครอบครองและขับขี่รถทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้โดยไม่ต้องกังวล ได้แก่
- การรับประกันคุณภาพรถใหม่ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
- แพ็กเกจบำรุงรักษานาน 5 ปี
- ฟรีค่าแรงสำหรับการเช็กระยะตลอด 5 ปี
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
- พร้อมกับประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี
- เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นในระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด บริษัทฯ จึงขยายการรับประกันระบบขับเคลื่อน ไฮบริด ยาวนานถึง 5 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง
- และขยายการรับประกันพิเศษสำหรับแบตเตอรี่ขับเคลื่อนไฮบริดในปีที่ 6-10 โดยไม่จำกัดระยะทาง
รถยนต์เอ็กซ์แพนเดอร์รุ่นนี้เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอินโดนีเซียเมื่อปี 2560 ก่อนที่จะขยายตลาดสู่ ภูมิภาคอาเซียน ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และตลาดอื่นๆ ทั่วโลก ขณะที่รถยนต์เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอสได้รับ การเปิดตัวตามมาในปี 2562 ทั้งนี้ ยานยนต์ตระกูลเอ็กซ์แพนเดอร์ นับเป็นยนตรกรรมรุ่นสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระดับ โลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์สที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้กับบริษัทฯ ด้วยยอดขายรวมกว่า 130,000 คันทั่วโลก ในปีงบ ประมาณ 2565 ถือเป็นรุ่นที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 3 ต่อจากมิตซูบิชิ ไทรทัน 2 และมิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ โดย มียอดขายสะสมรวมสูงกว่า 650,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรก และเฉพาะในประเทศไทย ยานยนต์ ตระกูลเอ็กซ์แพนเดอร์มียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นสูงกว่า 64,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2561

ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถอเนกประสงค์ MPV ประมาณ 40% ซึ่งการเปิดตัวรถใหม่ 2 เวอร์ชั่นนี้ทางบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้
เรียวอิจิ กล่าวย้ำว่า การเปิดตัวรถใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่รถยนต์ EV ที่สำคัญในอนาคตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส