รัฐบาลอินเดียอนุมัติการลงทุนโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 15,200 ล้านดอลลาร์ (550,000 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงข้อเสนอของ Tata Group เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิปใหญ่แห่งแรกของประเทศ การอนุมัติดังกล่าวเป็นการสนับสนุนเป้าหมายเป็นผู้นำการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดีย เทียบเคียงผู้นำเดิมอย่างไต้หวัน เกาหลี และญี่ปุ่น
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์เป็นภาคที่มี Dynamic สูง เป็นส่วนประกอบพื้นฐานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ และคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการเรื่อง AI และ Robot เป็นโอกาสครั้งใหม่
ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเติบโตอย่างมีนัยสําคัญปี 2029 คาดว่าจะสูงถึง 1.21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 0.72 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2024 อัตราเติบโตเฉลี่ย (CAGR) อยู่ที่ 10.86%
ระดับบริษัทมี Nvidia จากสหรัฐ เป็นผู้นําด้านหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ชิปสำหรับ AI, Virtual Reality และ โรบอทที่ก้าวล้ำ (Advanced Robotics) มี Market Valuation 1,941 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัท Transform ตัวเองให้เป็นผู้นําระดับโลกโดดเด่นเรื่องการคิดค้นนวัตกรรมต่อเนื่อง ทำให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างสูง
ระดับบริษัท อันดับ 2 คือTSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) จากไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิ คอนดักเตอร์ให้กับบริษัทใหญ่ๆ เช่น Apple และ AMD มี Market Valuation อยู่ที่ 660.64 ล้านเหรียญสหรัฐ
ระดับชาติ ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ 3 อันดับแรก คือ ไต้หวัน โดย TSMC ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 50% ของโลก อันดับ 2 เกาหลีใต้ โดย Samsung Electronics ในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์แบบบูรณาการ(IDM) ตามด้วยญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 100 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการผลิตชิปสําหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับอินเดีย Ecosystem เติบโตโดดเด่นบริษัทท้องถิ่นที่มีบทบาทสำคัญ เช่น Micron Technologiesเด่นเรื่องการผลิตชิปหน่วยความจําและโซลูชั่นจัดเก็บข้อมูล AMD บริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ผู้พัฒนาโปรเซสเซอร์กราฟิกการ์ด
นอกจากนั้นยังมี Powership Semiconductor Manufacturing Corporation (PSMC) ซึ่งจับมือกับ Tata Electronics มีแผนตั้งโรงงานผลิตไอซีการจัดการพลังงานไอซีไดรเวอร์จอแสดงผลไมโครคอนโทรลเลอร์และลอจิกการประมวล ผลประสิทธิภาพสูงแห่งแรกของอินเดียในรัฐคุชราต และ Tata Semiconductor Assembly ซึ่งมีแผนตั้งโรงงานในเมืองMorigaon รัฐอัสสัม เน้นเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอินเดียคาดว่าจะมีมูลค่า 64,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ทั้งนี้ เนื่องจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นทั่วโลกอินเดียจึงวางตําแหน่งตัวเองเป็น Trusted Partner ในห่วงโซ่อุปทาน
การอนุมัติการลงทุนล่าสุด ตอกย้ำความกระตือรือร้นของรัฐบาลอินเดียซึ่งรับรองและสนับสนุนการสร้างความ สามารถการผลิตชิปในประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดหาส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับเทคโนโลยีในอนาคตตั้งแต่ AI ไปจนถึงรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง คาดว่าโครงการเกี่ยวกับชิปทั้งหมดจะมีมูลค่าสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์ (756,000 ล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวล่าสุด ปลายสัปดาห์ที่แล้ว Bloomberg Business รายงานว่า จีนกําลังอยู่ระหว่างการระดมทุนมากกว่า 27,000 ล้านดอลลาร์ (972,000 ล้านบาท) หรือที่เรียกว่า Big Fund II เพื่อตั้งกองทุนสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีแผนผลิตชิป เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำสมัย ตอบโต้กฎหมายควบคุมของสหรัฐ ซึ่งออกแบบมาเพื่อชะลอความก้าวหน้าด้านชิป และ AI ของจีน
ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2014-2019 จีนก่อตั้งหน่วยงานบริหารกองทุนผลิตชิป ชื่อ China Integrated Circuit Industry Investment Fund ชื่อย่อ Big Fund ระดมทุน 40,000 ล้านดอลลาร์ (1.4 ล้านล้านบาท) จุดมุ่งหมายเริ่มแรก คือสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ และลดการพึ่งพาผู้ผลิตชิปจากต่างประเทศ
ที่มา forbesmiddleeast.com และ Bloomberg.com