โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย อัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ร่วมเปิดงาน “Hilux Generation” ตอกย้ำการเป็นรถกระบะมหาชนครองใจคนไทย ตอบโจทย์ทุกการใช้งานทั้งในเชิงธุรกิจ และการใช้งานส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 20 มีนาคม นี้ ที่ TOYOTA ALIVE บางนา
โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “นับตั้งแต่เปิดตัว IMV รุ่นแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้มีการส่งมอบรถ IMV ให้กับลูกค้าชาวไทยแล้วจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2.7 ล้านคัน ซึ่งนอกจากประสบความสำเร็จด้วยการขายภายในประเทศแล้ว เราได้ส่งออกรถในโครงการ IMV กว่า 4 ล้านคัน ไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ กว่า120 ประเทศ ด้วยการใช้ชิ้นส่วนการผลิตภายในประเทศ เป็นการตอกย้ำว่าโครงการ IMV มีส่วนช่วยในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างงานให้แก่คนไทย“ผมเชื่อว่า ด้วยความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยในโครงการ IMV และแบรนด์โตโยต้า พร้อมด้วยการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย จนโครงการ IMV ถูกขนานนามว่า "รถกระบะมหาชน"
ในปีที่ผ่านมา แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประสบความยากลำบากและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทำให้ภาพรวมตลาดลดลง9%โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะที่มียอดขายลดลงถึง32% อย่างไรก็ตามรถกระบะHILUXREVO กลับมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 40%ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ทำให้ภาพรวมของส่วนแบ่งการตลาดของเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและจากที่HILUX CHAMPได้เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้การตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าส่งผลให้ปีนี้ โตโยต้ายังได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มรถกระบะและสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 47% ในช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมั่นใจของคนไทยในรถกระบะ HILUXและแบรนด์โตโยต้า แต่ในขณะเดียวกัน เราจะไม่หยุดลงทุนเพื่อพัฒนาและมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าชาวไทย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานรถกระบะที่สามารถตอบโจทย์ ตั้งแต่กลุ่มขนส่งหนักขนส่งเบา และกลุ่มที่ใช้เป็นรถส่วนบุคคล”

HILUX REVOรุ่นปรับปรุงใหม่ ตอกย้ำความเป็นรถกระบะขวัญใจมหาชน
1. Hilux Revo ZEdition ทั้งรุ่น Double cab และ Smart cab ด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่ ไฟตัดหมอก ไฟหน้ารมดำ และวัสดุภายนอกสีดำเมทัลลิกในรุ่น MIDภายนอกโฉบเฉี่ยว ดุดัน ตามคำเรียกร้องจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถ ให้มีสไตล์ เท่ เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยเพื่อคนไทย ทั้ง VSC และ HAC ในทั้งสองรุ่นย่อย
2. Hilux Revo Smart Cab Pre-runner &4x4 ปรับโฉมตามเสียงเรียกร้องของลูกค้า ที่ชอบการออกแบบกระจังหน้าแบบREVO-D ช่วยเสริมภาพลักษณ์รถกระบะใช้งานส่วนบุคคลและระบบช่วงล่าง Superflex suspension ที่นุ่มสบาย เหมาะกับการใช้งานในเมือง
3. Hilux Revo GR-Sport 4x4 นิยามความแกร่ง สปอร์ตพรีเมียม กระบะสายพันธ์แกร่งรุ่นเรือธงที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรถแข่งออฟโรดแรลลี่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่เป็นเลิศกับเครื่องยนต์ 2.8 GD Super Power ปรับจูนใหม่ 224 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตรปรับจูนช่วงล่าง เพิ่มความกว้างฐานล้อ (wide tread) ด้านหน้าขึ้นอีก 140 มม. ด้านหลัง 155 มม. และเปลี่ยนเบรกหลังเป็นดิสก์เบรกช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ ยึดเกาะถนนได้ดีมากขึ้น
นอกจากปรับการออกแบบภายนอกแล้ว ยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายสูงสุด อาทิ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติหน้าจอสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย

ยามาชิตะ กล่าวย้ำว่า “HILUX REVOทุกรุ่น ได้ปรับปรุงให้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ระดับยูโร 5) ที่ช่วยลดการปล่อยละอองPM2.5อีกด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าHILUX REVO ใหม่ และHILUX CHAMP จะเป็นรถที่ครองใจคนไทย และได้รับการตอบรับอย่างดีเช่นที่ผ่านมาทั้งสามารถครองส่วนแบ่งตลาดที่สูงยิ่งขึ้นที่สำคัญไปกว่านั้น เรามุ่งหวังว่า HILUX จะยังคงเป็นรถที่สร้างรอยยิ้มไปพร้อมๆกับช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สมกับที่ได้การขนานนามว่า “รถกระบะมหาชน”
ศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า “Hilux Generation เกิดขึ้นจากการที่รถกระบะHILUX ของเราอยู่เคียงข้างและครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานและครอบคลุมทุกการใช้งานของคนไทย ด้วยยอดจำหน่ายรถกระบะของโตโยต้ากว่า 14,233 คัน คิดเป็น46.8%ในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มรถกระบะ สะท้อนให้เห็นว่าโตโยต้านั้นยังเป็นคำตอบสำหรับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่มการเน้นการใช้งานบรรทุกหนักจากรุ่น HILUXCHAMP ที่ได้เปิดตัวล่าสุดไปเมื่อปลายปี 2566 เพื่อเน้นการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างรุ่น HILUX REVO Pre-runner รวมทั้งรุ่น HILUX REVO ZEdition กระบะตัวเตี้ยใช้งานได้หลากหลาย หรือตกแต่งตามกระแสนิยมไปจนถึงการใช้งานระดับ high performance กับรุ่น HILUX REVO GR-Sport
กระบะ HILUX ได้รับความไว้วางใจและการขนานนามจากกลุ่มลูกค้ามาอย่างสม่ำเสมอว่าเป็น
King of off-road ด้วยชื่อเสียงจากสมรรถนะอันเป็นเลิศของระบบการขับเคลื่อน 4x4 ประกอบกับเครื่องยนต์ที่มีพลกำลังและเทคโนโลยีในการขับขี่รอบด้าน ทำให้กระบะ HILUX มีความทนทานพร้อมรับทุกความท้าทายจากทุกวิถีแห่งการใช้งาน และในครั้งนี้ โตโยต้าได้แนะนำ รถกระบะ Hilux Revo GR-Sport 4x4 ใหม่เพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยมที่ชื่อชอบการใช้งานกระบะสมรรถนะสูง และตอกย้ำว่าโตโยต้าเป็นเจ้าตลาดด้านการพัฒนารถกระบะมาอย่างต่อเนื่อง”


ศุภกร เล่าถึงเรื่องราวของการปรับปรุงรุ่น Prerunner ว่า “เราได้ตอกย้ำจุดขายกระบะไลฟ์สไลต์คนเมือง สำหรับออกไปทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมสื่อสารเรื่องช่วงล่าง Superflex suspension ที่นุ่มสบายเพราะถูกปรับมาให้เหมาะกับการใช้งานในเมือง เพื่อเป็นการตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานของรถกระบะยกสูงซึ่งส่วนใหญ่ใช้งานเป็นรถในชีวิตประจำวัน ขับอยู่ในเมือง และมองหารถใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ขับขี่สะดวกสบาย มีฟังก์ชั่นแบบพรีเมียม และสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตเชิงไลฟ์สไตล์ได้ เช่น การท่องเที่ยว จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ “ให้คุณใช้ชีวิตได้มากกว่า” ซึ่งเราเน้นการสื่อสารแบบใช้งานจริงผ่านทุกช่องทาง เช่น อินฟลูเอนเซอร์ และออนไลน์คอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ทำให้เห็นว่ารถกระบะนั้นก็สามารถใช้งานเป็นรถยนต์นั่งส่วนตัวได้อย่างสะดวกสบายและช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่หรูหราได้เช่นกัน”

อัญญารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงการปรับปรุงรุ่น Smart Cab และ รุ่น ZEdition ว่า“เราเห็นถึงความสำเร็จในดีไซน์ของรุ่น Hilux REVO-D ยกสูงที่มีรูปลักษณ์พรีเมี่ยม เป็นที่ถูกใจลูกค้าชาวไทยกลุ่มใช้งานส่วนบุคคล และจากการที่โตโยต้าลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ใช้จริงทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่องนั้น เราได้รับเสียงเรียกร้องจากลูกค้าในรุ่นสมาร์ทแค็บยกสูง ว่าอยากได้รูปลักษณ์แบบ REVO-Dยกสูง เราจึงขยายดีไซน์ลงมาในสมาร์ทแค็บยกสูงทุกเกรด เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์มีความเป็นใช้งานส่วนบุคคุลมากขึ้น และสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของมากขึ้น

ส่วนในตระกูล ZEdition เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าคนไทยที่มีเอกลักษณ์การใช้งานกระบะขับเคลื่อนสองล้อที่ไม่เหมือนใครในตลาดโซนเอเชียซึ่งเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์เป็นหลัก โดยลูกค้าคนไทยนั้นนิยมใช้งานเพื่อการขับขี่เป็นรถส่วนตัว ความต้องการเรื่องเอกลักษณ์ของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเป็นลูกค้าวัยรุ่น ยังมีความชื่นชอบในการตกแต่ง ปรับจูนรถ เพื่อทำให้รถตอบสนองการความต้องการ และ แสดงตัวตนผ่านการตกแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่มีในท้องตลาด ด้วยเหตุผลดังกล่าว ทางทีมออกแบบและพัฒนาจึงได้ทำให้รถกระบะเพื่อการใช้งานกลายเป็นรถกระบะสปอร์ตที่ผสมผสานระหว่างความโฉบเฉี่ยว แต่ดูเรียบหรู ด้วยราคาที่จับต้องได้ และพร้อมที่จะต่อยอดตกแต่งเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และ แสดงความเป็นตัวตนของลูกค้าแต่ละท่าน ยิ่งไปกว่านั้น เราได้เพิ่มสเปคเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นไฟตัดหมอกในรุ่น MID และ ระบบ VSC ที่มาพร้อมกับ HAC ในทุกรุ่นของ ZEdition อีกด้วย”

พร้อมแนะนำ Hilux REVO GR Sport 4x4 สุดยอดแห่งรถกระบะสมรรถนะสูง
อัญญารัตน์ สุทธิเบญจกุล หัวหน้าวิศวกรระดับภูมิภาค บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวคิดการปรับปรุงใหม่ของ HILUX REVOGR-Sport Wide Tread ว่า “HILUX REVO GR Sport 4x4 เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ “Making Ever-better Motorsports-bred Cars”ด้วยความมุ่งหวังให้เป็นมากกว่าแค่รถกระบะเพื่อการใช้งาน แต่เป็นรถที่จะร่วมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่และการผจญภัย Hilux REVO GR Sport 4x4 จะเพิ่มความสนุกในการขับขี ทีมพัฒนาได้เพิ่มขีดจำกัดในการขับขี่ ทั้งบนถนนทางเรียบ (ออนโรด) และ ทางขรุขระที่มีอุปสรรคธรรมชาติ (ออฟโรด)
Hilux REVO GR Sport 4x4 ถูกพัฒนา มีการปรับความสูงและความกว้างของรถ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการข้ามผ่านอุปสรรคบนถนนออฟโรด และยังเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่บนถนนทางเรียบ อีกทั้งเครื่องยนต์ได้ถูกพัฒนาเพิ่มกำลังเพื่อเพิ่มความสนุกและการตอบสนองในการขับขี่ ในส่วนของดีไซน์ Hilux REVO GR Sport 4x4 มาพร้อมกับการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง rally และ รูปลักษณ์ที่สปอร์ตทั้งภายนอก และ ภายในตามคอนเซปต์ของ Gazoo Racing ที่มาคู่กับความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์”
