สำหรับบางบ้าน โดยเฉพาะคอนโดของคนรุ่นใหม่ ทีวีอาจจะไม่ใช่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นจะต้องมีอีกต่อไป เพราะเดี๋ยวนี้เราดูอะไรผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นหนัง ละคร หรือซีรีส์ คนก็มักจะดูผ่านบริการสตรีมมิ่งบนโทรศัพท์มือถือกันเป็นหลัก น้อยคนนักจะเลือกดูผ่านช่องโทรทัศน์ ทีวีจึงแทบจะไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วในการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ยกเว้นใครที่อยากดูหนังหรือซีรีส์ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแบบชัดๆ ก็จะค่อยเชื่อมต่อไปดูบนสมาร์ททีวีกันอีกที
อย่างนี้แล้ว บริษัทที่ผลิตทีวีขายจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?
ตอนนี้บริษัทที่ขายทีวีเป็นอันดับหนึ่งของโลกก็คือ Samsung ส่วนอันดับสองก็คือ LG ซึ่งเป็นแบรนด์เกาหลีทั้งสองค่าย และการที่คนไม่ค่อยเลือกเสพย์ความบันเทิงผ่านทีวีก็ทำให้ยอดขายตกลงทีวีเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาไม่ว่าจะเป็นทีวีดิจิทัล หรือทีวีที่ใช้ AI ตัวล่าสุดของซัมซุง แต่ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีอีกทางออกที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง นั่นคือตอนนี้กำไรของบริษัททั้งสองนั้นมาจาก “รีโมทคอนโทรล”
และก็ไม่ใช่เพราะรีโมทพังบ่อยจนคนต้องเปลี่ยนใหม่เรื่อยๆ แต่มันคือการผลิตรีโมทคอนโทรลให้เข้ากับยุคสมัย เป็นการทำดีลกับบริษัทสตรีมมิ่งให้มีปุ่ม short cut ไปยังช่องสตรีมมิ่งนั้นๆ บนรีโมททีวี สำหรับใครที่ต้องการสตรีมมิ่งผ่านทีวีจะได้หาช่องทางได้อย่างสะดวกสบายนั่นเอง
โช จูวาน (Cho Joo-wan) ซีอีโอของ LG Electronics บอกว่า Netflix ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการสตรีมมิ่งที่เรารู้จักกันดี เริ่มเข้ามาติดต่อกับแอลจีในปี 2015 เพื่อให้แอลจีมีปุ่ม Netflix บนรีโมทคอนโทรลของทีวีแอลจี หลังจากนั้นก็มี Disney Plus หรือแม้กระทั่ง YouTube ซึ่งมีปุ่มกด short cut ไปยังแพลตฟอร์มตนเองบนรีโมทของทีวีดิจิทัลทั้งสองแบรนด์ระดับโลก โดยการทำปุ่ม short cut พิเศษบนรีโมทคอนโทรลนี้ทางแบรนด์ก็จะได้รับเงินจากแพลตฟอร์มนั้นๆ เป็นค่าตอบแทน
แม้จะไม่มีการเปิดเผยว่าราคาในการจ่ายให้ทำปุ่ม short cut ไปยังแพลตฟอร์มบริการสตรีมมิ่งต่างๆ นั้นมีราคาเท่าใด แต่เคยมีการเปิดเผยข้อมูลจากเจ้าอื่น ว่ารายได้นั้นนับจากการที่คนกดปุ่ม short cut ไปยังแพลตฟอร์มนั้นๆ บนทีวีที่บ้านนั่นเอง โดย Roku บริษัทผู้จัดทำระบบการจัดการสมาร์ททีวีเจ้าใหญ่ของอเมริกาให้ข้อมูลว่า การกดปุ่ม short cut ไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ 1 ครั้ง ก็จะได้เงินจากแพลตฟอร์มครั้งละ 1 ดอลลาร์ เพราะฉะนั้นยิ่งบนรีโมทมีปุ่ม short cut มากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์มก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการทำเงินมากขึ้นไปอีก
ส่วนอีกหนึ่งรายได้ของผู้ผลิตทีวีในปัจจุบันในยุคที่คนไม่ดูทีวีกันแล้วก็คือ บริการที่เรียกว่า FAST หรือ Free Ad-Supported Streaming Television เป็นบริการทีวีสตรีมมิ่งที่ให้ชมฟรีแบบมีโฆษณา ซึ่งเกิดมาจากบริการสตรีมมิ่งนั้นราคาแพงหรือขึ้นราคาเรื่อยๆ คนเลยไม่อยากจะจ่ายค่าสมาชิก จึงมีคนสมองใสคิดบริการนี้ขึ้นมา ให้ดูฟรีนะ แต่จะมีโฆษณาคั่นเรื่อยๆ และคนที่ทำระบบ FAST นี้ ก็จะได้เงินจากค่าโฆษณาที่คนดูหลีกเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง ซึ่งเม็ดเงินในการโฆษณาในบริการ FAST นี้พบว่าเติบโตสูงมาก ในปี 2023 อยู่ที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์หสรัฐ และคาดว่าในปี 2027 จะสูงถึง 2.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
SAMSUNG เองก็มีบริการ FAST ของตัวเอง ผ่านช่อง Samsung TV Plus ซึ่งสามารถเข้าถึงช่องสตรีมมิ่งทั้งหมดประมาณ 2,500 ช่องใน 24 ประเทศ เฉพาะในเกาหลีใต้มีมากถึง 120 ช่อง พบว่าจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และ LG เองก็มีเหมือนกันกับช่อง LG Channel ซึ่งมีถึง 3,600 ช่องใน 28 ประเทศ เฉพาะในเกาหลีใต้มี 110 ช่อง และกำลังจะขายบริการสตรีมมิ่งแบบครบวงจรนี้ไปยังอินเดียและละตินอเมริกา ซึ่งนี่เป็นอีกช่องทางในการทำกำไรของบริษัทผู้ผลิตทีวีระดับโลกทั้งสองบริษัท ในวันที่คนซื้อทีวีน้อยลง
อ้างอิง
https://www.koreaherald.com/view.php?ud=20240325050729&fbclid=IwAR0J5EQ9filezIY1vZnTbcUQvRu8rp8T5g98CqHvfmx4_Qhy41YSUgV_SV4_aem_Aa2DamELECe4Qmnh9l3bqyev_G8PsJ7kjPNp58_LL7jyvoZGZ9_Btn_HyZEA6Y_MMkbz4-XPktyKdjxY6snI7AX6
https://www.cnet.com/tech/services-and-software/fast-tv-what-it-is-and-why-it-should-matter-to-you/
https://tinuiti.com/blog/ott-ads/free-ad-supported-tv/