BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
557
VIEWS

เหตุใดเมืองชายฝั่งทะเลแห่งหนึ่งของจีน จึงกลายเป็นต้นแบบแห่งการดูแลระบบนิเวศสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

มิ.ย. 07, 2567
เซี่ยเหมิน เป็นเมืองชายฝั่งทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เป็นที่รู้จักกันในนาม “เกาะแห่งนกกระยาง”ตั้งแต่โบราณกาล มีนกกระยางอาศัยอยู่ที่นี่จำนวนมากมาย ยามค่ำคืนของทุกวัน นกกระยางจะรวมตัวกันที่ริมฝั่งทะเลสาบหยุนตัง ซึ่งเป็นทะเลสาบขึ้นชื่อของเมืองเซี่ยเหมิน มองดูชาวเมืองเซี่ยเหมินเล่นเครื่องดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ และออกกำลังกายอย่างเงียบ ๆ 
 
เมืองเซี่ยเหมินในทุกวันนี้เป็นอุทยานนครแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ไม่ว่าจะล่องเรือเที่ยวทะเล ขี่จักรยานตามชายฝั่งทะเล หรือเดินเล่นข้างทางป่าชายเลนที่ชอุ่ม ล้วนประทับใจกับบรรยากาศดีงามที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ เมื่อกว่า 30 ปีก่อน ระบบนิเวศของเมืองเซี่ยเหมินเป็นที่น่าปวดหัวมาก ตัวอย่างเช่น ทะเลสาบหยุนตังซึ่งสะอาดสะอ้านในปัจจุบัน ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกองขยะ
 
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว สภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาของเซี่ยเหมินทำให้ชาวบ้านในท้องถิ่นปวดหัว ตัวอย่างเช่น ทะเลสาบหยุนตังซึ่งปัจจุบันมีคลื่นสีฟ้ากระเพื่อม ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกองขยะและรกไปด้วยวัชพืช
 
วิลเลิยม บราวน์ ศาสตราจารย์ชาวอเมริกันแห่งมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ซึ่งใช้ชีวิตที่นี่มาหลายปีมีความประทับใจต่อการนี้มาก “หลายปีก่อน ทุกครั้งที่ผมขี่จักรยานริมทะเลสาบหยุนตัง ก็ต้องปิดปากและจมูกให้สนิท แต่ตอนนี้ที่นี่กลายเป็นปอดสีเขียวของเมือง เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและพาณิชย์ของเมืองเซี่ยเหมิน และก็เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของวิสาหกิจต่าง ๆ ชาวจีนและชาวต่างชาติต่างก็ชอบมาเที่ยวทะเลสาบหยุนตัง เพื่อเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น การแข่งขันพายเรือคายัค หรือเดินเล่นตามเส้นทางสีเขียวริมชายฝั่งทะเลสาบ ความสำเร็จของทะเลสาบหยุนตังพิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถปรับความสมดุลได้”
 
เหตุใดระบบนิเวศของทะเลสาบหยุนตังและเมืองเซี่ยเหมิน จึงประสบผลงานการพัฒนาที่ใหญ่หลวงเช่นนี้
 
1.การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องที่เป็นเวลา 36 ปี
 
ทะเลสาบหยุนตัง เคยเป็นท่าเรือประมงที่อ่าวด้านในของเกาะเซี่ยเหมิน ช่วงทศวรรษ 1970 การพัฒนาเศรษฐกิจจีนยังคงล้าหลังอยู่ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน คนท้องถิ่นจึงถมทะเลเพื่อการเพาะปลูก และสร้างเขื่อนขุดทะเลสาบ ตั้งแต่นั้นมา ท่าเรือหยุนตังก็ไม่ได้เชื่อมต่อกับทะเลอีก และกลายเป็นลากูนที่มีพื้นน้ำ 1.6 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น พร้อมไปกับการพัฒนาการก่อสร้างรอบ ทะเลสาบและประชากรที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โรงงานเคมีหลายแห่งก่อสร้างขึ้นมา และก่อมลภาวะร้ายแรง นอกจากนี้ ทะเลสาบหยุนตังยังเป็นที่ปล่อยน้ำท่วมและน้ำขังในตัวเมือง เขตทะเลสาบดังกล่าวจึงมีมลพิษร้ายแรง
 
“เซี่ยเหมินไม่ควรเสียหายมากเช่นนี้ เพื่อแลกกับการพัฒนาด้านอื่นๆ” ปี 1988 นายสี จิ้นผิง กรรมการประจำคณะกรรมการเทศบาลเซี่ยเหมิน และรองนายกเทศมนตรีบริหารในสมัยนั้นได้นำเสนอแนวคิดกำกับดูแลทะเลสาบหยุนตังอย่างสร้างสรรค์ว่า “กำกับดูแลทะเลสาบตามหลักกฎหมาย สกัดกั้นและบำบัดน้ำเสีย ขุดลอกสร้างเขื่อน ฟื้นฟูแหล่งน้ำ และปรับสิ่งแวดล้อมให้สวยงามขึ้น” นับแต่นั้น ทะเลสาบหยุนตังเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ในเวลาสั้น ๆ เพียง 3 ปีเท่านั้น ก็ได้บรรลุเป้าหมาย “น้ำทะเลสาบไม่มีกลิ่นเหม็น ตลอด 36 ปีมานี้ จากการกำกับดูแลแบบเบ็ดเสร็จต่อเนื่องกัน 5 ระยะ ทะเลสาบที่เคยส่งกลิ่นเหม็น ได้กลายเป็นหน้าตาของเมืองเซี่ยเหมิน”
 
เซี่ยเหมินยกการจัดการทะเลสาบหยุนตังเป็นต้นแบบโดยเริ่มโครงการจัดการพื้นที่อ่าวหลายแห่ง และลุ่มแม่น้ำจิ่วหลง โดยดำเนินหลักการ "หนึ่งอ่าว หนึ่งนโยบาย" ฟื้นฟูระบบนิเวศตั้งแต่ยอดเขาจนถึงน้ำทะเล เซี่ยเหมินดำเนินโครงการปรับช่องเปิดกำแพงกันคลื่น และขุดลอกตะกอนประมาณ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้พื้นที่ทะเลที่เคยถูกแยกออกจากกันด้วยน้ำมือมนุษย์สามารถเชื่อต่อกันได้อีกครั้ง จึงก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแหล่งน้ำ คุณภาพน้ำได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด
 
ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา เซี่ยเหมินได้ฟื้นฟูชายหาด 1.65 ล้านตารางเมตร และบรรลุเป้าหมายที่อนุรักษ์ชายหาดให้ได้ ไม่ให้กลายเป็นโคลน และไม่ก่อฝุ่นทราย จากการปรับปรุงอุทกพลศาสตร์ของอ่าว การปลูกป่าชายเลน การฟื้นฟูชายหาด การป้องกันมลภาวะ และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศทางน้ำของเมืองเซี่ยเหมินได้รับการปรับปรุงอย่างมาก
 
อย่างที่วิลเลิยม บราวน์กล่าวว่า การลงทุนเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ได้สร้างอุปสรรคใด ๆ ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเซี่ยเหมิน กลับกลายเป็นรากฐานที่แน่นหนาในการพัฒนาเศรษฐกิจ เขตทะเลสาบหยุนตังได้ดึงดูดวิสาหกิจภาคการบริการที่ทันสมัยมาลงทุนกันหลายแห่ง กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงิน พาณิชย์ การท่องเที่ยว และบ้านที่พักของเมืองเซี่ยเหมิน
 
2.ประยุกต์ใช้ประสบการณ์เมืองเซี่ยเหมินกับประเทศร่วมสร้างสรรค์ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”
 
การที่เมืองเซี่ยเหมินฟื้นฟูระบบนิเวศจนได้รับการยกย่องให้เป็น “อุทยานนครสากล” และ “ผลงานดีเด่นในการควบคุมจัดการชายฝั่งทะเลเอเชียตะวันออก” องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ จากประเทศพัฒนา เช่น สหรัฐฯ เยอรมนี และเกาหลีใต้ มาดูงานที่เมืองเซี่ยเหมินด้วย เทคโนโลยีการฟื้นฟูชายหาดเมืองเซี่ยเหมินยังได้ประยุกต์ใช้ในโครงการดูแลชายหาดของประเทศร่วมสร้างสรรค์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางด้วย เช่น ไทย และศรีลังกา
 
อวี๋ ซิงกวาง อดีตเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยที่ 3 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติจีน ซึ่งให้ข้อเสนอมากมายในการกำกับดูแลระบบนิเวศทางทะเลของเมืองเซี่ยเหมิน เห็นว่าประสบการณ์ และวิธีการปฏิบัติเชิงสร้างสรรค์ของ “เคสเซี่ยเหมิน” สมควรเผยแพร่ยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น การจัดการระบบนิเวศทางทะเลแบบเบ็ดเสร็จที่มีหลายภูมิภาคร่วมมือกัน การประสานงานระหว่างการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลกับการพัฒนาเมืองอ่าว
 
การสร้างสรรค์อารยธรรมทางนิเวศของเมืองเซี่ยเหมินนอกจากรวมถึงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังรวมถึงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพด้วย เมืองเซี่ยเหมินเป็นเมืองแรกที่ประกาศใช้กฎข้อบังคับระดับท้องถิ่นว่าด้วยการอนุรักษ์โลมาหลังโหนก และสร้างฐานช่วยเหลือเพาะเลี้ยงโลมาหลังโหนกแห่งแรกในจีน เพื่ออนุรักษ์นกจาบคาหัวเขียวที่บินหนีร้อนจากประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาหยุดพักและเจริญพันธุ์ เมืองเซี่ยเหมินได้ก่อสร้างเขตอนุรักษ์นกจาบคาหัวเขียวที่ใจกลางตัวเมือง ซึ่งมีราคาที่ดินแพงมาก
 
“เราเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน เพราะอยู่กับมหาสมุทรผืนเดียวกัน เมืองที่ดูแลทะเลได้ดีอย่างเมืองเซี่ยเหมิน มีบทบาทสำคัญเมื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลของทั่วโลกเผชิญกับความท้าทาย” ปี 2018 สวนป่าชายเลนถันเหว่ย ซึ่งยังอยู่ในช่วงการพัฒนาเบื้องต้นสร้างความประทับใจให้กับปีเตอร์ โทมัส ทูตพิเศษกิจการทะเลของเลขาธิการสหประชาชาติ หลังจากนั้น เขายกย่องเมืองเซี่ยเหมินเป็นต้นแบบแห่งการฟื้นฟูป่าชายเลนในคำปราศรัยหลายครั้งของเขา
 
ความสำเร็จในการสร้างสรรค์อารยธรรมทางนิเวศของเมืองเซี่ยเหมิน แสดงให้เห็นว่า จีนใช้ความพยายามเพื่อผลักดันการสร้างความทันสมัยแบบจีนที่มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ด้วยความพยายามมาหลายปี ประสบการณ์การควบคุมดูแลทะเลของเมืองเซี่ยเหมินเป็นที่ยอมรับกันของประเทศหลายแห่ง ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ทางการและเจ้าหน้าที่ทางเทคโนโลยีของจีนกว่า 2,000 คน ให้การอบรมและเผยแพร่ประสบการณ์ในการควบคุมดูแลทะเลสาบหยุนตังแก่ประเทศกำลังพัฒนารวมกว่า100 แห่ง  
 
ในที่ประชุมฟอรั่มว่าด้วยกิจการชายฝั่งทะเลนานาชาติ กรณีลดภัยทางระบบนิเวศในป่าชายเลนเซี่ยถันเหว่ยของเมืองเซี่ยเหมินได้บรรจุไว้ใน “รวมเคสสากลว่าด้วยการประสานงานเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการลดภัยพิบัติทางนิเวศชายฝั่งทะเล” เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกใช้อ้างอิง
 
เจตนารมณ์ที่ดีงามเพื่อสร้างโลกสะอาดสวยงามนั้น กำลังเคลื่อนตัวจากชายฝั่งนี้สู่ทั่วโลก
                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      
 
เขียนโดย หยาง อี้ฟู
มุมมองนักวิเคราะห์ : ความทันสมัยแบบจีนคือความทันสมัย
ที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
 
แนวคิดว่าด้วยอารยธรรมทางนิเวศของสีจิ้นผิง ได้ผสมผสานทฤษฎีทันสมัยกับทัศนะว่าด้วยอารยธรรมทางนิเวศเข้าด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ ผลักดันให้เกิดทัศนะว่าด้วยอารยธรรมของทฤษฎีความทันสมัยแบบจีน ปรับและเพิ่มความหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ของเส้นทางความทันสมัยแบบจีน
 
ความทันสมัยแบบจีน คือ ความทันสมัยที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ประเทศจีนถือหลักตอบสนองความต้องการสภาพแวดล้อมที่ดีของประชาชนเป็นที่ตั้ง และจุดหมายปลายทางในการสร้างสรรค์ความทันสมัยที่มนุษย์อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
 
น้ำใส ภูเขาเขียว คือ ภูเขาเงินภูเขาทอง เป็นทั้งแนวคิดการพัฒนาที่สำคัญ และก็เป็นหลักการสำคัญในการผลักดันความทันสมัย จีนยืนหยัดการพัฒนาคุณภาพสูง และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระดับสูงด้วย พยายามยืนหยัดเส้นทางความทันสมัยที่มีคุณภาพสูงโดยยึดหลักที่ระบบนิเวศต้องมาก่อน และถือเป็นทิศทางของการพัฒนาสีเขียว
 
การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีครั้งใหม่ มีลักษณะเด่นที่เป็นการปฏิวัติสีเขียว มีความอัจฉริยะ และเข้าถึงมวลชนได้อย่างทั่วถึง การพัฒนาสีเขียวและการอนุรักษ์นิเวศกับระบบดิจิทัลมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จีนกำลังสร้างระบบดิจิทัลในการควบคุมดูแลนิเวศ และพยายามสร้างระบบดิจิทัลด้านอารยธรรมทางนิเวศที่เน้นการพัฒนาสีเขียวและความเป็นอัจฉริยะ
 
ระบบนิเวศที่ดีเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะที่ยุติธรรมที่สุด  และเป็นประโยชน์สุขต่อประชาชนอย่างทั่วถึง สิ่งแวดล้อมคือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ภูเขาเขียวคือความสวยงาม ท้องฟ้าใสคือความสุข การพัฒนาเศรษฐกิจมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก็มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย
 
ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประชาชนจีนไม่เพียงแต่สร้างความมั่งคั่งทางวัตถุและจิตวิญญาณมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ยังสร้างผลิตภัณฑ์ทางนิเวศคุณภาพสูงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีงามด้วย แสดงให้เห็นว่า ในด้านอารยธรรมทางนิเวศ จีนก็ยึดประชาชนเป็นที่ตั้งเช่นกัน
                                                                                                        
               เขียนโดย ศาสตราจารย์จางหยุนเฟย มหาวิทยาลัยเหรินหมิน
 
วางแผนการพัฒนาเพื่อให้มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
 
  การเคารพธรรมชาติ ต้องปฏิบัติตามหลักธรรมชาติและอนุรักษ์ธรรมชาติ การสร้างสรรค์ประเทศให้ทันสมัย ต้องวางแผนการพัฒนาเพื่อให้มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
 
หลังการสำรวจศึกษาเป็นเวลานาน จึงได้พบเส้นทางความทันสมัยแบบจีน โดยกำหนดชัดเจนให้สร้างสรรค์ความทันสมัยที่มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน กล่าวได้ว่า การที่ทุกวันนี้จีนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และมองการพัฒนาในแง่มุมทางปรัชญาที่ให้มนุษย์กับธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนนั้น เป็นเพราะว่าได้สรุปบทเรียนอันเจ็บปวดจากการพัฒนาในช่วงแรกเริ่ม
 
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงระบุว่า ภูเขา แม่น้ำ ป่าไม้ พื้นที่เพาะปลูก ทะเลสาบ สนามหญ้า และทะเลทรายล้วนเป็นชีวิตที่อยู่ร่วมกัน ย้ำว่า ระบบนิเวศเป็นระบบธรรมชาติที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นห่วงโซ่ทางชีวภาพที่พึ่งพาอาศัยกัน และสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด นับเป็นการเข้าใจความเคลื่อนไหวของมนุษย์ในวัฏจักรธรรมชาติ และเน้นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติเป็นความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน
 
ทัศนะว่าด้วยความกลมกลืนเช่นนี้ มาจากแนวคิดของอารยธรรมจีนว่าด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมนุษย์กับธรรมชาติ เพราะอารยธรรมจีนถือว่าธรรมชาติเป็นชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเข้าใจธรรมชาติและชีวิตของมนุษย์จากภาพรวมของชีวิตในโลก
                                
เขียนโดย รองผู้อำนวยการหลี่เหวินถัง วิทยาลัยบริหารแห่งชาติจีน
 
 
 

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact