โอลิมปิก ปารีสกำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วัน ซึ่งกว่าที่ปารีสจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานโอลิมปิกฤดูร้อนในครั้งนี้ ต้องฝ่าฟันกับอีกหลายเมืองทั่วโลกที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพเช่นเดียวกัน ทั้งบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมืองฮัมบวร์ค ประเทศเยอรมนี ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแต่ถอนตัวในที่สุด นอกจากนี้ยังมีเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เบอร์ลิน เยอรมนี วอชิงตัน ดี.ซี. ที่เสนอตัวเหมือนกันแต่ไม่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ประเทศไทยเองก็เตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2032 เหมือนกัน
ว่าแต่ทำไมหลายๆ ประเทศถึงอยากจะเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก?
แน่นอนว่า การได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิก นักกีฬา โค้ช ผู้ช่วยฯ ทีมงานต่างๆ รวมถึงผู้ชมจากหลากหลายประเทศทั่วโลกก็จะหลั่งไหลเข้ามาในประเทศเจ้าภาพ ซึ่งนั่นก็หมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะเข้ามาพร้อมด้วย จากการใช้จ่ายต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันการเป็นเจ้าภาพก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ รองรับ ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา ถ้าไม่มีก็ต้องสร้างใหม่ ที่พัก การขนส่ง ฯลฯ ซึ่งก็ต้องใช้เงินมหาศาลเช่นเดียวกัน
อย่างนี้แล้ว ที่ผ่านมาก็มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ได้กำไรจากการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก?
ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกมอนทรีออลเกมส์ปี 1976 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่ มอนทรีออลตั้งงบสำหรับสร้างสนามกีฬาไว้ 250 ล้านดอลลาร์ แต่งบบานปลายไปเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต้องใช้เวลาถึง 30 ปีถึงจะชำระหนี้ที่กู้มาสร้างสนามกีฬาหมด หรือโอลิมปิกที่ประเทศกรีซในปี 2004 ที่ใช้เงินไปถึง 15 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายเงินในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกของกรีซนี่แหละเป็นตัวนำประเทศไปสู่หายนะทางเศรษฐกิจมาจนถึงทุกวันนี้
จากข้อมูลของ Investopedia ซึ่งรวบรวมข้อมูลงบประมาณของประเทศเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาวตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาพบว่า ไม่มีประเทศไหนที่เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกและได้กำไรจากการจัดงานเลย โดยโอลิมปิกครั้งที่ใช้งบประมาณมากที่สุดก็คือโอลิมปิกฤดูหนาว เมืองโซชิ ประเทศรัสเซียในปี 2014 ซึ่งใช้งบประมาณสูงถึง 21.9 พันล้านดอลลาร์ และได้กลับมาเพียง 52 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ส่วนที่โอลิมปิกเกมส์ที่ลอนดอน ในปี 2012 มีรายงานว่า ‘เท่าทุน’ จากงบประมาณที่ใช้ไปทั้งหมดกว่า 14.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งเดียวที่ไม่ขาดทุน ในขณะที่โอลิมปิกที่โตเกียวครั้งที่ผ่านมาในปี 2020 ใช้งบไปถึง 13 พันล้านดอลลาร์ และได้กลับมาเพียง 7.2 พันล้านดอลลาร์
ส่วนการจัดปารีสโอลิมปิก 2024 ในครั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าใช้งบประมาณเพียง 8.85 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อเปรียบ เทียบจากการจัดในครั้งก่อนๆ ถือว่าใช้งบน้อยกว่า นั่นก็เป็นเพราะว่าปารีสมีโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬาในการจัดการแข่งขันกีฬาประเภทต่างๆ ไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่ ซึ่งก็ต้องคอยติดตามกันว่าเมื่อจบงานแล้วโอลิมปิกปารีสจะกำไรหรือขาดทุนกันแน่
อ้างอิง https://www.investopedia.com/financial-edge/0912/the-best-and-worst-olympic-financial-planning.aspx https://finance.yahoo.com/news/past-olympics-made-profit-160020931.html