นับตั้งแต่ปี 2532 ที่เข้ามาสร้างตลาดค้าส่งโมเดิร์นเทรดที่มีรูปแบบการให้บริการ Cash & Carry ผ่านระบบสมาชิก แม็คโครก็แทบจะเป็นรายเดียวในตลาดที่ไม่มีคู่แข่งขัน โดยแม็คโครเองมีการแตกโมเดลร้านค้าส่ง “ฟู้ด เซอร์วิส ที่จับกลุ่มผู้ประกอบการ HoReCa และผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย
ต่อเมื่อการเข้ามาทำตลาดของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ส่งค้าส่งฟู้ด เซอร์วิส ภายใต้แบรนด์ “โก โฮลเซลล์” (GO Wholesale) โดยมีการเปิดสาขาไปแล้ว 8 สาขา คือที่ศรีนครินทร์, เชียงใหม่, อมตะ ชลบุรี, พัทยาใต้, พระราม 2, รังสิต, รามคำแหง และสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2567 ที่ผ่านมา คือสาขาราไวย์ จังหวัดภูเก็ต โดยภายใน 5 ปี จะเปิดสาขารวมกันได้ไม่ต่ำกว่า 40 – 50 สาขา และน่าจะช่วยผลักดันให้สามารถทำยอดขายได้ 7 – 8 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นหน้าใหม่อีกรายคือ “บิ๊กซี ฟู้ด เซอร์วิส” ของบีเจซี ที่เปิดสาขาไปแล้ว 5 สาขา ที่สาขาโชคชัย 4 สาขาเมืองทองธานี สาขาปาล์มไอส์แลนด์ ถนนเทพารักษ์ สำโรง สาขาถนนเอกชัย บางบอน และล่าสุด สาขาบางนา แม้จะยังไม่มีภาพที่ชัดเจนถึงแผนการขยายสาขา แต่หากมีความพร้อมเมื่อไรก็น่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ มีสีสันมากยิ่งขึ้นไปอีก

โดยเฉพาะกับการเข้ามาของกลุ่มเซ็นทรัล ที่หากวัดศักยภาพและความพร้อมในการทำตลาดแล้ว ถือว่าไม่เป็นรองกลุ่มซีพี เจ้าของแม็คโครเท่าไรนัก
การรับมือผู้มาใหม่ของแม็คโครจึงมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพที่เห็นชินตาตลอดกว่าขวบปีที่ผ่านมาก็คือ การเลือกเปิดวอร์ในรูปแบบของการดักหน้าการเปิดสาขาใหม่ของคู่แข่งขัน ด้วยการชิงลงมือรีโนเวทสาขาในพื้นที่ใกล้เคียงที่ โก โฮลเซลล์จะเข้าไปเปิดสาขา เพื่อใช้ความสดใหม่ที่เติมเข้าไปเป็นตัวรับมือกับการเปิดสาขาใหม่ของคู่แข่ง
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเข้าไปจัดกิจกรรมการตลาดในช่วงของการเปิดตัวสาขาเดิมในรูปโฉมใหม่ อย่างล่าสุดก็มีการปรับโฉมสาขาราไวย์ ภูเก็ต และชิงเปิดตัวก่อนหน้าการเปิดสาขาของโก โฮลเซลล์ที่จะเปิดสาขาราไวย์ ภูเก็ตในวันที่ 26 ก.ค. 1 สัปดาห์ ซึ่งถือแป็นอีกครั้งที่แม็คโครใช้กลยุทธ์ในรูปแบบที่ว่านี้ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นกับการเปิดสาขาถนนรามคำแหงของ โก โฮลเซลล์ แม็คโครก็มีการชิงเปิดตัวแม็คโครสาขาลาดพร้าว ที่เปิดให้บริการเป็นสาขาแรกของแม็คโครเมื่อปี 2532 โดยในจังหวัดภูเก็ต แม็คโครมีสาขาในฟอร์แมตต่างๆ รวมกันถึง 5 สาขา เลยทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจก็คือแม็คโครอยู่ในตลาดค้าส่งของบ้านเรามากว่า 30 ปี มีการพัฒนาฟอร์แมตสโตร์ให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้า ตลอดจนโลเคชั่นที่เข้าไปเปิด ทำให้วันนี้ แม็คโครมีฟอร์แมตของสโตร์ถึง 5 ฟอร์แมต ไล่ตั้งแต่
1. แม็คโคร คลาสสิก มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยประมาณ 5,500 – 12,000 ตารางเมตร จับกลุ่มผู้ประกอบการร้าน โชวห่วย และร้านค้าปลีกรายย่อย
2. แม็คโคร ฟู้ดเซอร์วิส มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 1,000 – 5,000 ตารางเมตร จับกลุ่มกลุ่มโฮเรก้าโดยเฉพาะ เช่น อาหารสด และอาหารแช่แข็ง อาหารแห้ง เครื่องครัว อุปกรณ์ในการเตรียมอาหาร และของใช้ที่จำเป็นสำหรับธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม
3. อีโค พลัส พื้นที่เฉลี่ย 7,000 ตารางเมตร กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการย่อย โดยรูปแบบสาขานี้จะมีพื้นที่อาหารสดให้กับกลุ่มโฮเรก้าเพิ่มขึ้น เน้นเปิดในทำเลพื้นที่ที่มีธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยงจำนวนมาก และมีศักยภาพในการเติบโต เช่น สาขาพัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่ (หางดง) เป็นต้น
4. แม็คโครฟู้ดช้อป มีพื้นที่ขายโดยเฉลี่ย 600 – 800 ตารางเมตร จับกลุ่มโฮเรก้าในพื้นที่สามารถซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าอาหารสด อาหารแช่แข็งขนาดเล็กแต่ครบวงจร เน้นกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร
5. Hybrid Wholesale โมเดลล่าสุดที่เพิ่งเปิดสาขาแรกไปที่สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.66 ที่ผ่านมา โดยเป็นโมเดลที่ผสมผสานระหว่างร้านค้าส่งแม็คโคร ที่นำความแข็งแกร่งของแม็คโคร ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 30,000 รายการ ในราคาค้าส่งที่ดีที่สุด มาผสานความเป็นไลฟ์สไตล์ของโลตัส มอลล์ที่มีศูนย์อาหารและร้านค้าชั้นนำกว่า 30 ร้านค้า โรงเรียนกวดวิชา แหล่งรวมความบันเทิงแบบครบวงจรมาเปิดไว้ในศูนย์

โมเดลใหม่ที่เปิดตัวมานี้ ไม่มีสโตร์ในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตของโลตัสเข้ามาเปิด เนื่องจากไม่ต้องการให้มาแย่งแชร์กันเองบางส่วน แต่เป็นการเอาจุดแข็งในเรื่องของการบริหารไลฟ์สไตล์มอลล์ของโลตัส เข้ามาเปิดในรูปแบบของช้อปปิ้งมอลล์ เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ โดยโลตัสมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการใหม่ๆ เพื่อนำมาเปิดในศูนย์การค้าของตัวเอง และบางส่วนก็มีการนำมาช่วยเสริมความครบวงจรให้กับแม็คโคร ที่นอกจากโมเดลในรูปแบบ Hybrid Wholesale แล้ว แม็คโคร ยังมีการนำแบรนด์ศูนย์อาหารของโลตัส อย่าง Lotus’s EATERY มาเปิดให้บริการในแม็คโครสาขา ศรีนครินทร์ เป็นต้น
แม็คโครมีสาขารวมกันมากกว่า 160 สาขา ในจำนวนนั้น เป็นสาขาในฟอร์แมต “ฟู้ด เซอร์วิส” ประมาณ 53 สาขา กระจายอยู่เกือบทั่วประเทศ โดยบางจังหวัดที่เป็นเมืองใหญ่ แม็คโครมีสาขามากกว่า 1 สาขา รวมถึงมีการนำฟอร์แมตสโตร์ที่แตกต่างกันเข้าไปเปิดให้บริการเพื่อเจาะตรงเข้าถึงย่านที่มีกำลังซื้อรองรับอยู่เป็นจำนวนมากอีกด้วย
ขณะที่ ตามเป้าหมายของโก โฮลเซลล์ เอง มีการวางไว้ว่า ภายใน 5 ปี จะต้องมีสาขารวมกันไม่ต่ำกว่า 40 – 50 สาขา ซึ่งหากดูตัวเลขการขยายสาขาแล้ว ค่อนข้างจะออกมาในอัตราที่เร่งเปิดสาขาให้ครอบคลุม เนื่องจากผู้บริหารของค่ายนี้มองว่า หากต้องการจะถึงจุดคุ้มทุน ต้องมีสาขาไม่ต่ำกว่า 20 สาขา
แน่นอนว่า เกือบทุกสาขาใหม่ที่เปิด จะเป็นการเข้าไปชนกับแม็คโครที่มีการเปิดสาขาอยู่ก่อนหน้าแล้ว ซึ่งเราคงจะได้เห็นกลยุทธ์ในรูปแบบของการขโมยซีน ด้วยการรีโนเวทสาขาในพื้นที่ พร้อมชิงตัดหน้าเปิดตัวโฉมใหม่ก่อนคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการแข่งขันที่อยู่ในกติกา เพราะหากคู่แข่งอยู่ในรันเวย์และพร้อมจะ “เทกออฟ” แล้ว ต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้การ “เทกออฟ” ในแต่ละครั้งทำได้ง่ายๆ เพราะหากเทกออฟสำเร็จ นั่นหมายถึงว่าคู่แข่งจะทะยานติดปีกบินได้นั่นเอง....