สิ่งที่จับต้องได้หลังจากการก้าวข้ามแค่การเป็นสถานที่ช้อปปิ้งมาสู่การเป็น Community Hub ของคนแต่ละไลฟ์สไตล์ ของศูนย์การค้า ทำให้มุมมองของการดีไซน์ศูนย์การค้า ตลอดจนการเลือกวางแมกเน็ตภายในศูนย์ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย จากเดิมที่มองในเรื่องของ “เมอร์เชนไดส์ มิกซ์” มาสู่ การมองแบบ “ไลฟ์สไตล์ มิกซ์” ที่เลือกวางร้านค้าหรือบริการให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนแต่ละกลุ่มได้
โดยจะมีการเปลี่ยนมุมจากแค่การมองเรื่องของการเพิ่มตัวเลขการใช้จ่ายต่อบิล มาสู่การใช้เวลาในศูนย์การค้ามากขึ้น เพราะหากลูกค้ามีการใช้เวลาในศูนย์การค้ามากขึ้น ก็ยิ่งเป็นการตอบคำถามในเรื่องของการมีแบรนด์เลิฟต่อศูนย์การค้านั้นๆ แน่นอนว่า สิ่งที่จะตามมาก็คือการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น หากมีการใช้เวลาอยู่ในศูนย์นานขึ้น
ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองต่อศูนย์การค้าเปลี่ยนไปจากไม่ใช่แค่การเป็นที่ช้อปปิ้งแต่ยังเป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิต โดยเฉพาะกับการที่ครอบครัวคนรุ่นใหม่มีลูกค่อนข้างน้อย ทำให้การใช้เวลาทุกนาทีกับลูก ไม่ใช่แค่การใช้เวลาอยู่กับลูกแบบธรรมดา แต่มันคือการใช้เวลาแบบมีคุณภาพ
นั่นคือเหตุผลที่แต่ละศูนย์การค้า มีการเติมเต็มแมกเน็ตที่สามารถทำให้เขาเข้ามาใช้เวลากับครอบครัวแบบคุณภาพได้นานขึ้น โดยมองว่าคนรุ่นใหม่ที่เป็นพ่อ - แม่ต่างก็มีลูกน้อยลง จึงให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับลูกๆ มากขึ้นในการพาลูกมาพักผ่อนที่ศูนย์การค้าแต่ละครั้ง

นอกจากการเพิ่มแมกเน็ตที่เป็นสวนสนุก ซึ่งแบรนด์สวนสนุกชื่อดังอย่าง Kiztopia (คิซโทเปีย) และฮาร์เบอร์แลนด์ ต่างก็เข้ามาเปิดให้บริการในบ้านเราในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนที่กำลังเล่นกับเทรนด์นี้ก็คือการเดินหน้าเปิดโรงภาพยนตร์สำหรับเด็กของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ที่รุกเปิดให้ บริการโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema ครึ่งปีหลังเพิ่มอีก 6 โรง 6 สาขาในต่างจังหวัด
การเปิดเพิ่ม 6 สาขาจะกระจายออกไปยังต่างจังหวัดและเขตปริมณฑลของกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส), เซ็นทรัล ระยอง, เซ็นทรัล นครปฐม, โรบินสัน เพชรบุรี, โรบินสัน ราชพฤกษ์ และเวสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์
โดยสาขาแรกที่จะเปิดก็คือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) วันเสาร์ที่ 31 สิงหาคม 2567 ซึ่งถือเป็นแม็กเน็ตอีกตัวที่จะเข้ามาช่วยดึงลูกค้ากลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ หลังจากที่ก่อนหน้านั้น มีการเปิดตัวสวนสนุก Bouncetopia (บาวซ์โทเปีย) ที่จับมือกับ Kiztopia (คิซโทเปีย) สวนสนุกสำหรับเด็กขนาดใหญ่ระดับพรีเมียมอันดับ 1 จากสิงคโปร์ โดยสวนสนุกที่เปิดนั้นจะเป็นสวนสนุกเป่าลมในร่มขนาดใหญ่ที่สุดในไทย บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ สร้าง Family Edutainment Destination แมกเน็ตใหม่เสริมศักยภาพเมืองท่องเที่ยวภาคเหนือ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมเดินหน้าขยายไปยังศูนย์การค้าอื่นๆ ในเครืออีกด้วย

ปัจจุบันเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์มีโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema เปิดให้บริการ 14 โรง 14 สาขา ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้สิ้นปี 2567 เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จะมีโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก “Kids Cinema” เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 20 โรง และตั้งเป้าว่า ในปี 2568 จะขยายเพิ่มอีก 20 โรง
สาขาใหม่ที่จะเปิดที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้จะเป็น Kids Cinema ในต่างจังหวัดแห่งแรกของภาคเหนือ ซึ่งเป็นการขยายเข้าไปทำตลาดในเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตค่อนข้างดี โดยจะตั้งอยู่บนชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) เปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ รองรับลูกค้าได้ 132 ที่นั่ง มีที่นั่งพิเศษ Double Sofa Bed เหมาะสำหรับครอบครัวที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ภายในโรงมีการเพิ่มแสงสว่างขึ้น 30% ปรับลดระดับเสียงลง 20% พร้อมพื้นที่กิจกรรมสันทนาการสำหรับเด็กๆ อาทิ สไลเดอร์ และบ่อบอลหลากสีสัน นอกจากนี้ บริเวณด้าน หน้าโรงภาพยนตร์ยังมีบริการเครื่องเล่น Playland ดินแดนแห่งความสุขให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมก่อนเข้าชมภาพยนตร์อีกด้วย

นอกจากนี้ โรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema ยังมีบริการพิเศษสามารถปิดรอบเหมาโรงภาพยนตร์ชมภาพยนตร์รอบพิเศษ หรือใช้พื้นที่จัดปาร์ตี้วันเกิดแบบ Private, จัดกิจกรรมอีเวนท์ต่างๆ สำหรับเด็กๆ ที่ครบจบในที่เดียว
สำหรับการขยายสาขาโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema เพิ่มมากขึ้นนั้น ก็เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์นิยมทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกับลูกๆ ในวันหยุดที่มีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงเป็นช่องทางในการขยายฐานกลุ่มครอบครัวให้เติบโตได้มากขึ้น
การดูหนังที่โรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema นอกจากจะได้รับความสุข สนุก ความบันเทิงจากการดูหนังแล้ว ยังเป็นพื้นที่สังคมเล็กๆ ของเด็กๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองได้มาพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนและเพิ่มทักษะการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กๆ ผ่านเวิร์คช็อปที่หลากหลาย โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายตั๋วหนังโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema ณ สิ้นปี 2567 จะอยู่ที่ 600,000 ใบ และสมาชิกบัตร M GEN Kids อยู่ที่ 250,000 ใบ และในปีหน้า 2568 คาดว่าตั๋วหนังจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000,000 ใบ
เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว....