BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,347
VIEWS

Top 10 บริษัทแฟชั่นที่ปล่อยคาร์บอนมากที่สุดในโลก

ก.ย. 20, 2567 BrandAge Team
1. Nike : 18.2 ล้านเมตริกตัน
2. INDITEX (เจ้าของ Zara, Pull&Bear, Bershka และอื่นๆ) : 17.7 ล้านเมตริกตัน
3. Adidas : 7.7 ล้านเมตริกตัน
4. H&M : 7.6 ล้านเมตริกตัน
5. LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton, Dior, Celine และอื่นๆ) : 6.9 ล้านเมตริกตัน
6. FAST RETAILING (เจ้าของ Uniqlo) : 6.2 ล้านเมตริกตัน
7. KERING (เจ้าของ Gucci, YSL, Balenciaga และอื่นๆ) : 2.9 ล้านเมตริกตัน
8. CINTAS (บริษัทผู้ผลิตยูนิฟอร์มในอเมริกา) : 1.8 ล้านเมตริกตัน
9. Lululemon : 1.7 ล้านเมตริกตัน
10. TJX : 1.2 ล้านเมตริกตัน
 
โลกเดือดไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ดูได้จากสถานการณ์น้ำท่วมในตอนนี้ ที่ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกก็ต้องพบกับความแปรปรวนของฤดูกาล ฤดูร้อนก็ร้อนจนถึงขั้นที่คลื่นความร้อนทำให้เสียชีวิตได้ ฤดูฝนหรือช่วงมรสุมก็พบกับพายุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมเสียหาย ในขณะที่ฤดูหนาวอุณหภูมิก็ลดต่ำกว่าที่เคยเป็นมา 
 
จากปัญหาโลกร้อนจนกลายเป็นโลกเดือดในตอนนี้ ประชาคมโลกจึงตั้งเป้าหมายในการแก้ปัญหาไว้ว่า เราต้องลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2050 (ในขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ปี 2065) เพื่อที่จะไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพราะฉะนั้นประเทศต่างๆ รวมไปถึงทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคพลังงาน หรือภาคอุตสาหกรรมต่างก็ต้องหาทางลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยเช่นเดียวกัน
 
และอุตสาหกรรมแฟชั่นก็เป็นอีกภาคส่วนที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะอุตสาหกรรมแฟชั่นมีสัดส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 8% ของโลก และตัวการสำคัญก็คือเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย โดยมีตัวเลขจากปี 2022 โดย CDP Disclosure Platform ที่ทำงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จัดอันดับการปล่อยคาร์บอนของบริษัทแฟชั่นทั่วโลก ซึ่ง 10 อันดับแรก ได้แก่
 
1. Nike : 18.2 ล้านเมตริกตัน
2. INDITEX (เจ้าของ Zara, Pull&Bear, Bershka และอื่นๆ) : 17.7 ล้านเมตริกตัน
3. Adidas : 7.7 ล้านเมตริกตัน
4. H&M : 7.6 ล้านเมตริกตัน
5. LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton, Dior, Celine และอื่นๆ) : 6.9 ล้านเมตริกตัน
6. FAST RETAILING (เจ้าของ Uniqlo) : 6.2 ล้านเมตริกตัน
7. KERING (เจ้าของ Gucci, YSL, Balenciaga และอื่นๆ) : 2.9 ล้านเมตริกตัน
8. CINTAS (บริษัทผู้ผลิตยูนิฟอร์มในอเมริกา) : 1.8 ล้านเมตริกตัน
9. Lululemon : 1.7 ล้านเมตริกตัน
10. TJX : 1.2 ล้านเมตริกตัน
 
จะเห็นได้ว่าอันดับแรกและอันดับที่ 2 มีตัวเลขที่พุ่งสูงกว่าอันดับถัดๆ มา ซึ่งตัวแบรนด์เองก็พยายามบอกกับโลกว่าพวกเขา “กำลังปรับตัว” อย่างเช่น Nike เองที่เขียนระบุไว้ในเว็บไซต์ว่า “เราได้ตั้งเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ ในการลดการปล่อยคาร์บอนภายในปี 2030” โดยระบุว่าจะลดการปล่อยคาร์บอนในสโคปที่ 1 (กระบวนการผลิตในโรงงาน) และ 2 (การใช้พลังงานในโรงงาน ออฟฟิศและหน้าร้าน) ให้ได้ 65% และในสโคปที่ 3 (กิจกรรมร่วมกับซัพพลายเออร์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง) อีก 30%  
 
ก่อนหน้านี้วงการแฟชั่นเองเคยมีความเคลื่อนไหวด้วยการก่อตั้ง Sustainable Apparel Coalition ซึ่งมีเป้าหมายให้แบรนด์แฟชั่นลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงให้ได้ 45% ภายในปี 2030 รวมไปถึงการรวมตัวกันในนาม Fashion Pact ที่มีแบรนด์กว่า 160 แบรนด์เข้าร่วมและลงนามร่วมกันว่าจะใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตให้ได้ 50% ภายในปี 2025 และ 100% ภายในปี 2030 
 
แต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายนัก และตัวเลขที่เราเห็นอาจจะไม่ได้สะท้อนความจริงทั้งหมด เนื่องด้วยยังไม่มีกฎหมายบังคับให้   แบรนด์แฟชั่นทำรายงานการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างเข้มงวดกับอุตสาหกรรมแฟชั่น หลายแบรนด์จึงไม่ค่อยเปิดเผยรายงานหรือให้ข้อมูลมากนัก นอกจากนี้ประมาณ 96% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งหมดของแบรนด์แฟชั่นเกิดขึ้นในส่วนที่ 3 ของห่วงโซ่การผลิต การใช้ผลิตภัณฑ์และการกำจัด ซึ่งเป็นส่วนที่แบรนด์ทั้งหลายไม่เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน เพราะหลายแบรนด์มักใช้การจ้างโรงงานผลิตในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำให้ยากต่อการเก็บข้อมูลและรายงานว่าที่จริงแล้วกิจกรรมในส่วนนี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่กันแน่ 
 
จากรายงานของ Fashion Revolution ที่ตรวจสอบความโปร่งใสของแบรนด์แฟชั่นว่าเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่การผลิตมากน้อยแค่ไหน พบว่า แบรนด์ที่ได้คะแนนสูงในเรื่องความโปร่งใสคือ Puma มีความโปร่งใสที่ 75% ถัดมาคือ Gucci โปร่งใส 74% ถัดมาคือ H&M โปร่งใส 61% ส่วนแบรนด์ที่อยู่อันดับรั้งท้ายก็อย่างเช่น DKNY, Forever 21, Nine West, Reebok, Tom Ford และ Tory Burch เป็นต้น
 
อ้างอิง
 
https://www.visualcapitalist.com/cp/carbon-emissions-of-the-worlds-biggest-fashion-brands/ 
 
https://www.reuters.com/sustainability/climate-energy/despite-climate-pledges-fashion-brands-way-off-track-cutting-carbon-catwalk-2023-07-31/ 
 
https://trellis.net/article/fashion-brands-fail-at-emissions-disclosures-industry-watchdog/ 

https://about.nike.com/en/impact/initiatives/reducing-our-carbon-footprint

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact