ปัจจุบันโลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมากขึ้นทุกปี ทำให้หลายประเทศทั่วโลกหันมาตั้งเป้าหมายและให้ความสำคัญกับคำว่า Sustainability หรือ ความยั่งยืน มากขึ้น เพราะจากสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันทำให้องค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคธุรกิจต้องคำนึงถึง Sustainability ทางสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ ต้องหันมาคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สิ่งแวดล้อมดี ๆ ยังคงอยู่กับเราได้นานยิ่งขึ้น ซึ่งในที่นี้ก็รวมถึงภาคธุรกิจประกันภัยหรือองค์กรต่าง ๆ ที่หันมาใส่ใจในเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ประกันภัยรถยนต์ยุคใหม่ ทางเลือกที่หลากหลายให้ผู้บริโภค หลาย ๆ คนที่ขับรถยนต์มักจะคิดว่าการซื้อ "ประกันรถยนต์" คือภาระทางการเงินเพิ่มเติม ที่ไม่ค่อยจะอยาก เสียเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่ว่า จริง ๆ มันคือวิธีการจัดการ "ความเสี่ยง" ได้ดี เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าในอนาคตเรา จะเกิดเหตุการณ์อะไรบ้างกับรถของเราทั้งอุบัติเหตุหรือโจรกรรม หรือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ต่างๆบนท้องถนน ดังนั้นทางเลือกการซื้อประกันภัยของคนยุคนี้จึงต้องมีช้อยส์ที่หลากหลายให้ผู้บริโภคได้ตัดสินใจซื้อ
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เดินหน้าปฏิวัติวงการประกันภัย ยกระดับก้าวสู่ปีที่ 74 อย่างมุ่งมั่น ภายใต้แนวคิด “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต ครั้งแรกของไทย!! ฟีเจอร์ใหม่ ประกันรถเปิดปิด"รถติดไม่คิดเบี้ย" จอดรถไว้ไม่ขับ ไม่ต้องจ่ายค่าประกัน ขับมาก ขับน้อย สูงสุดถึง 80% เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากที่สุด สร้างประสบการณ์ที่ดีแบบไร้รอยต่อ ตอบสนองกับวิถีชีวิตและความต้องการของคนรุ่นใหม่
งานนี้ผู้บริหารไฟแรงแห่งไทยวิวัฒน์ ”เทพพันธ์ อัศวะธนกุล” รองกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวถึง ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เป็นมากกว่าการประกันภัย ให้ฟังว่า
“การพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงการบริการที่มีความยืดหยุ่นและเข้าใจผู้บริโภคในทุกมิติเพื่อให้สอดรับวิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalized) เพื่อให้คนไทยสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ และวิถีชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง รวมถึงได้รับความคุ้มครองที่เพียงพอและเหมาะสมกับตนเอง เรายังมุ่งเติมเต็มการใช้ชีวิตและความต้องการที่หลากหลายของแต่ละบุคคลด้วยการนำ InsurTech มาใช้เพื่อยกระดับบริการและสร้างประสบการณ์ประกันภัยแห่งอนาคต
ทั้งกลุ่ม Motor และ Non-Motor ให้เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก และคุ้มค่า ครอบคลุมทุกลักษณะการใช้งานที่แตกต่าง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันรถเปิดปิด กับแนวคิด จอดรถไว้ไม่ขับ ไม่ต้องจ่ายค่าประกัน ไม่ว่าจะขับมาก ขับน้อย หรือไม่ค่อยได้ขับก็ประหยัด สูงสุดถึง 80% เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากที่สุด”
“รถติดไม่คิดเบี้ย”คิดเผื่อเพื่อผู้บริโภค สร้างความแฟร์คืนความคุ้มค่าที่มากกว่า
ถ้าจะโฟกัสถึงจุดยืนหลักของไทยวิวัฒน์ คงต้องบอกว่ายังคงให้ความสำคัญกับการเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้เทคโนโลยี AI มอบความสะดวกกับผู้ใช้บริการ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้คนที่หลากหลายการใช้งาน อีกทั้งยังพัฒนาต่อยอดประกันรถเปิดปิดกับฟีเจอร์ใหม่“รถติดไม่คิดเบี้ย” เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่คิดเผื่อเพื่อผู้บริโภคไปอีกขั้น สร้างความแฟร์คืนความคุ้มค่าที่มากกว่า นอกจากประกันรถเปิดปิด จะให้ลูกค้าจ่ายเบี้ยตามที่ขับแล้ว ยังคืนชั่วโมงความคุ้มครองกรณีรถติดให้อัตโนมัติ โดยยังคงคอนเซ็ปต์การใช้งานง่ายและสะดวกผ่านอุปกรณ์ TVI Connect สร้างประสบการณ์ที่ดีแบบไร้รอยต่อให้กับผู้ใช้งานโดยไม่ต้องทำอะไรต่างไปจากเดิม ระบบก็สามารถคำนวณเวลาในช่วงรถติด คืนให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งการคำนวณชั่วโมงคืนนั้น ระบบจะคิดตั้งแต่รถเคลื่อนที่ออกจากตำแหน่ง 500 เมตรเป็นต้นไป และวิ่งด้วยความเร็วน้อยกว่า 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง และนาน 5 นาทีขึ้นไป หลังจากนั้นจะทำการคืนชั่วโมงความคุ้มครองสูงสุด 2 ชั่วโมง/วัน ให้ลูกค้าอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat
ส่งต่อสิ่งดีคืนสู่สังคม ผ่านแคมเปญ Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อเพื่อสังคม
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ยังคิดเผื่อเพื่อสังคม และเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และส่งเสริมการขับรถปลอดภัย จึงได้จัดแคมเปญ “Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อเพื่อสังคม”ภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond Insurance for a Better Society มากกว่าประกันภัยคืนสู่สังคม ด้วยการเชิญชวนลูกค้าประกันภัยรถยนต์ ทำความดี ขับรถปลอดภัย เพียงแค่ทำประกันภัยรถยนต์แล้วไม่มีการ เคลมที่เป็นฝ่ายผิด นอกจากลูกค้าจะได้รับส่วนลดประวัติดีในปีถัดไปแล้ว บริษัทฯ ยังจะมอบเงินบริจาคในนามของผู้เอาประกันภัยให้กับมูลนิธิหรือองค์กรเพื่อสาธารณกุศลเพื่อช่วยเหลือสังคม พร้อมได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเงื่อนไขของสรรพากรอีกด้วย โดยลูกค้าสามารถเลือกบริจาคให้กับมูลนิธิในโครงการฯ ได้แก่ โครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย, มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิยุวพัฒน์, มูลนิธิกระจกเงา, กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก และมูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) ตามความต้องการของตนเองได้ผ่านการลงทะเบียนที่แอปพลิเคชัน Thaivivat
สุดท้ายแล้ว ความท้าทายที่ธุรกิจประกันภัยในยุคนี้ต้องตระหนักไว้ก็คือ “การเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และการปรับตัว” เพื่อช่วยให้ก้าวทันและเติบโต ท่ามกลางกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลที่ไหลบ่าเข้ามาไม่ขาดสาย นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แล้ว การคิดต่อเพื่อสังคมที่ยั่งยืนก็คือปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการนั้นๆ ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง