1. สังคมแห่งเอไอ (Citizen AI)
เสริมบทบทบาทของปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ ที่มีต่อธุรกิจและสังคมให้มากขึ้น ยิ่งเอไอมีศักยภาพมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลต่อชีวิตของผู้คนมากขึ้นเท่านั้น องค์กรที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเอไอให้มีประสิทธิภาพที่สุด ต้องตระหนักถึงผลกระทบของเอไอด้วย โดยควร “ยกระดับ” เอไอให้มีฐานะเป็นเสมือนตัวแทนองค์กรที่ปฏิบัติการอย่างมีความรับผิดชอบต่อภาคส่วนต่าง ๆ
ตัวอย่างเช่นรถยนต์อัตโนมัติเมื่อหลายปีก่อนเราอาจจะเห็นการพัฒนาเพื่อให้เกิดการใช้งานที่ปลอดภัย แต่มาในปัจจุบันบรรดานักพัฒนาต่างก็พยายามที่จะใส่ความคิดในเรื่องของการขับขี่ที่ปลอดภัยแต่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไปด้วย กล่าวคือระบบคอมพิวเตอร์ในรถที่เชื่อมต่อกับระบบคราวน์สามาราถที่จะคำนวนระยะทางและตัดสินใจในการขับรถ และมีปฎิกิริยากับสิ่งแวดล้อมแบบคนทั่วไป เหตุการณ์ไหนควรตัดสินใจอย่างไร และจะเกิดผลกระทบที่ตามมาอย่างไรบ้าง
2. โลกเสมือนผสานโลกจริง (Extended Reality)
จุดจบของพรมแดนระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนเทคโนโลยีวีอาร์ (Virtual Reality) และเออาร์ (Augmented Reality) ได้เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและทำงานของผู้คน โดยตัดทอนปัจจัยด้านระยะห่างระหว่างผู้คน ข้อมูล และประสบการณ์ต่าง ๆ ออกไป
การพัฒนาที่รุดหน้าของ VR & AR จะทำให้การทำธุรกิจสามารถคิดอะไรที่สร้างสรรค์และหลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ทาง Accenture เองที่เอาระบบนี้มาใช้ในการรับสมัครงานทั่วอาเซี่ยน โดยเอา Goggle ไปให้คนที่สนใจจะทำงานได้ดูบรรยายกาศการทำงานจริงๆผ่าน Office Accenture ใช้รับสมัครงานทั่วอาเซียน ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย
ในส่วนของภาคเอกชนก็เริ่มมีหลายหน่วยงานที่เอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ ตัวอย่างเช่น แบรนด์แฟชั่น Uniqlo ที่พัฒนาร่วมกันกับ Accenture เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผ็บริโภคโดยมีการเอาเทคโนโลยี AR มาประยุกต์ใช้กับการส่องกระจกดูเสื้อผ่าน QR Code ซึ่งลูกค้าจะได้ลองชุดแบบเสมือนจริงผ่านกระจกเงาเป็นต้น หรือจะเป็นบริษัทเหมืองแร่ที่ใช้ Extended Reality ในการเทรนคนพนักงานแบบเสมือนจริงสำหรับการอพยพคนเวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในเหมืองแร่เป็นต้น
3.คุณภาพของข้อมูล (Data Veracity)
ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญ การที่องค์กรทำงานโดยขึ้นอยู่กับข้อมูลมากขึ้น ทำให้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงลักษณะใหม่คือ การที่ข้อมูลไม่ถูกต้อง ข้อมูลถูกดัดแปลง และเติมแต่งอคติ นำไปสู่ข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่ผิดเพี้ยน และการตัดสินใจที่เบี่ยงเบนไปจากที่น่าจะเป็น องค์กรจึงจำเป็นต้องคงเป้าหมายสองอย่างควบคู่กันไป คือทำให้ข้อมูลมีคุณภาพที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้เกิดการเบี่ยงเบนน้อยที่สุดด้วย
นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าว่าในยุคก่อนคนไอทีมักจะคำนึงถึงเรื่อ Big Data ใน 3 ด้านหรือเที่เราเรียกกันติดปากว่า 3Vs อันประกอบด้วย Volume, Variety, Velocity แต่ในปัจจุบัน V ที่ทุกคนต้องคำนึงถึงก็คือ Veracity หรือความถูกต้องของข้อมูล ซึ่งความถูกต้องของข้อมูลนี้บางครั้งสามารถชี้เป็นชี้ตายในเชิงธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น SpaceX ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูลมากถึง 6 ชุด และทุกการตัดสินใจจะต้องมีคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 2 ใน 6 ชุดที่เห็นลงตัวถึงจะตัดสินใจทำอะไรได้
ตัวอย่างที่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากขึ้นก็คือ การให้ความสำคัญของการเขียนรีวิวของ Amazon ซึ่งทางเว็บจะให้คะแนนรีวิวจากคนที่เคยซื้อสินค้านั้นๆ ในเว็บไซต์มากกว่าคนทั่วไป เพื่อลดปัญหาการแอบเข้ามาโฆษณาสินค้าของบริษัทผู้ผลิต
สิ่งที่สำคัญคือ การอ่านรีวิว แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารีวิวนั้นไม่ถูกแทรกแซง หรือบิดเบือน หรือแบบเชียร์กันเอง