BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,174
VIEWS

“เลข 5 นำโชค” จากยาอมตราตะขาบ 5 ตัว ภรรยา 5 คน ลูกชาย 5 คน และลูกสาว 5 คนของผู้ก่อตั้ง

พ.ค. 07, 2568 S.Kawintip
เรื่องเก่าที่คนรุ่นใหม่อาจยังไม่รู้ ว่าจริง ๆ แล้วความหมายของเลข 5 จากแบรนด์ยาอมตราตะขาบ 5 ตัวนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่จำนวนตะขาบ แต่ยังมีเรื่องบังเอิญ (ที่ตั้งใจบ้าง) เกี่ยวกับเลข ๆ นี้อยู่
 
ต้องเล่าว่า สารตั้งต้นก่อนที่จะมาเป็นยาอมตราตะขาบ 5 ตัวอย่างทุกวันนี้ มีมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 “นายจุ้ยไซ แซ่ซิ้ม” อพยพจากจีนมาอยู่ที่บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มต้นจากทำสวน พอมีเงินทุนหน่อยก็เปิดร้านขายของชำในตลาด และด้วยความที่เคยช่วยงานหมอจีนที่บ้านเกิดมาก่อน จึงมีความรู้เรื่องสมุนไพรและการจับชีพจร เลยเริ่มลองทำยาแจกญาติ ๆ กับเพื่อนบ้านไว้ใช้เอง
 
ต่อมาปี 2478 นายจุ้ยไซย้ายมาอยู่แถวตลาดน้อย เยาวราช ทำงานแบกหามกลางวัน ตกกลางคืนก็คิดสูตรยาสมุนไพร ลองทำใช้เองเหมือนเดิม พอมีคนชอบเยอะขึ้น เลยเอาไปฝากขายตามร้านขายยา ใช้ชื่อว่า “ยาอมแก้ไอซิมเทียนฮ้อ” ซึ่งเป็นตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
 
ช่วงสงครามโลก นายจุ้ยไซพาครอบครัวย้ายไปอยู่พระประแดง หนีน้ำท่วมใหญ่ เห็นตะขาบหนีน้ำขึ้นฝาบ้าน เลยนึกถึงความเชื่อหมอจีนว่า “พิษต้องล้างด้วยพิษ” เลยเอาตะขาบมาใช้เป็นสัญลักษณ์ยี่ห้อ ประกอบกับเลข 5 ที่เป็นเลขมงคลของคนจีน และยังมีอีกความเชื่อไทยที่ว่า ตะขาบเข้าบ้านเป็นลางบอกว่าจะมีคนในบ้านนำโชคลาภเข้ามา หรือก็คือบรรดาภรรยาทั้ง 5 คน ลูกชาย 5 คน และลูกสาวอีก 5 คน ที่บังเอิญว่าทั้งหมดนั่นเป็นเลข 5 พอดี จึงออกมาเป็นตราตะขาบ 5 ตัว
 
หลังสงคราม นายจุ้ยไซกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ออกแบบซองยาใหม่ ใช้รูปตะขาบสองข้าง มีหน้าตัวเองอยู่ตรงกลาง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “ตะขาบ 5 ตัว” พร้อมกับเริ่มผลิตยาตัวอื่น ๆ เพิ่มอีกหลายชนิด โดยต้องหิ้วกระเป๋าไปฝากขายตามร้านต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่น สุดท้ายก็เริ่มติดตลาด
 
ปี 2496 นายจุ้ยไซย้ายไปอยู่ที่ศาลเจ้าแซ่ซิ้ม ฝั่งธนบุรี เปิดร้าน “ซิมเทียนฮ้อ” ขายยา ตรวจคนไข้ และเจียดยาสมุนไพรเอง
พอปี 2516 หลังจากนายจุ้ยไซเสียชีวิต ลูกหลานรุ่นที่สองก็เปลี่ยนจากร้านยา มาเป็นบริษัทผลิตยาโดยตรง ชื่อว่า “บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด” พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
 
จนถึงปี 2523 ก็สร้างโรงงานใหม่ที่ถนนพระราม 2 มีเครื่องจักรทันสมัย ผสมกับแรงงานคน เพิ่มทีมวิจัยยาและออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดูดี ทันสมัย ใช้งานสะดวก พร้อมพัฒนายาอมสูตรใหม่ ๆ ออกมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
 
ยอดขายและกำไรยาอมตราตะขาบ 5 ตัว
  • ปี 2563: รายได้ลดลงเหลือ 136 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 37 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก
  • ปี 2564: รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 97.3 ล้านบาท แต่ยังคงขาดทุนสุทธิ 60.2 ล้านบาท
  • ปี 2565: รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 298.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 59.2 ล้านบาท
ซึ่งกลยุทธ์การตลาดของ ยาอมตะขาบ 5 ตัว ที่ช่วยให้แบรนด์กลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วงหลังโควิด มีหลายปัจจัยสำคัญที่น่าสนใจ:
1. ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย
เดิมทีตะขาบ 5 ตัวถูกมองว่าเป็นสินค้าโบราณ เป็นยาอมที่อากงอาม่าใช้กันเท่านั้น ทางแบรนด์จึงปรับดีไซน์แพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ดูทันสมัย และใช้สีสันสะดุดตา แต่ยังคงความเป็นตะขาบ 5 ตัวอยู่ และปรับการสื่อสารให้เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งในโซเชียลมีเดียและ e-commerce
2. จับมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างนวัตกรรม
ร่วมมือกับแบรนด์ SAPPE ออกสินค้าใหม่ เช่น ในปี 2563 เริ่มวางจำหน่าย “Takabb Herbal Spray” สเปรย์พ่นแก้ไอ ที่ช่วยชีวิตแอดมินได้ทุกครั้งเวลารู้สึกระคายคอ (แนะนำเลยค่ะ) และยังมียาอมสูตรใหม่ ๆ ให้ทุกคนได้ลอง ซึ่งการจับมือครั้งนี้ทำให้แบรนด์เข้าสู่ตลาดที่ทันสมัย และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่น-วัยทำงานมากขึ้น
3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อเนื่อง
จากเดิมมีแค่ยาอมสมุนไพร ตอนนี้มีตะขาบ 5 ตัวมีรสชาติและรูปแบบให้เลือกเพิ่มขึ้น เช่น สเปรย์ สมุนไพรผสมรสชาติต่าง ๆ เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้า และต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลากหลาย
4. ขยายช่องทางการขาย
เดิมทียาอมตราตะขาบ 5 ตัว จะวางขายเฉพาะร้านขายยาและร้านของฝาก แต่ปัจจุบันมีจำหน่ายใน 7-Eleven, ร้านสะดวกซื้อ, ช่องทางออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
5. ใช้ Influencer และ Marketing Campaign ที่สร้างไวรัล
มีการใช้ Influencer ทำรีวิวผ่าน TikTok และ YouTube ทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
 
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีช่วงที่รายได้ลดลงในปี 2563 และ 2564 แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์และการขยายตลาด ทำให้ “ตะขาบ 5 ตัว” กลับมาเติบโตและมีกำไรในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและความยั่งยืนของแบรนด์ในระยะยาว
 

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact