อิษณาติ บอกกับเราว่า จากการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์กลุ่มความงาม แสดงให้เห็นถึง กลยุทธ์สำคัญที่เจาะให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเป็นกลยุทธ์ที่สามารถผนวกรวมระหว่าง โลกของยุคดิจิทัล – สังคม และ ธุรกิจ ที่เป็นหนึ่งเดียว รวมถึงต้องมีการนำกลยุทธ์ Micro Influencer มาใช้อย่างถูกต้อง และเข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภคด้านความงามในปัจจุบันอย่างถ่องแท้ ว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ความงามที่เป็นการป้องกัน หรือ ประเภท Anti-Aging มากกว่าต้องการการแก้ไข ผู้บริโภคปัจจุบัน มีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภท สวยเร่งด่วน และต้องการความสะดวกสบาย เป็นสูตรสำเร็จแบบ ออล-อิน-วัน เน้นผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ที่สำคัญที่สุด คือ ต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นมา และ อยู่ในยุคสมัย
อาจจะสรุปถึงกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อความงามออกมาเป็นคีย์เวิร์คที่สำคัญได้คือ
P : Prevemtion ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการรักษา มาเป็นการป้องกัน หรือเตรียมความพร้อม ทำให้สินค้าหลายตัวเริ่มขยับเข้ามาทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายที่เด็กลง เพื่อรับกับการเตรียมความพร้อมในเรื่องความงาม ตัวอย่างในเรื่องนี้คือผลิตภัณฑ์ลดริ้วรอยที่ปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดจะเป็นคนอายุ 23 – 34 ปี ซึ่งต่างจากอดีตที่คนอายุ 40 ปีขึ้นไปถึงจะตระหนักในเรื่องของริ้วรอย
การเตรียมความพร้อม หรือการป้องกันนี้ นอกจากจะทำให้ตลาดลดริ้วรอยมีการเติบโตที่ดีแล้ว ยังทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันแดดก็มีการเติบโตที่ดีเช่นกัน โดยตลาดนี้มีตัวเลขเติบโตถึง 11% เลยทีเดียว
I : Impact ใช้แล้วต้องเห็นผลในทันทีทันใด ทำให้สินค้าแบรนด์ออกมาการันตีถึงเรื่องนี้ การต้องการผลที่ได้จากการใช้นี้ เป็นแรงส่งให้ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่เป็นมัลติ เบเนฟิต ทั้งลดริ้วรอย และเพิ่มความกระจ่างใสมีการเติบโตที่ดี สิ่งที่ตามมาก็คือ แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์ต่างมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบดังกล่าว อาทิ โอเลย์ โททัล เอฟเฟกซ์ ที่พูดถึง 7 เบเนฟิต ทั้งลดริ้วรอย และเพื่มความกระจ่างใส เป็นต้น
N :Natural ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมีการเติบโตที่เร็วมาก อย่างตัวสบู่สมุนไพรที่เราได้เห็นแบรนด์ไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นอิงอร หรือเบนเนท มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ต่างชูในเรื่องของสารสกัดจากธรรมชาติ
T :Trendy หรือความทันสมัย ซึ่งความทันสมัยนี้จะมาคู่กับกลยุทธ์ในรูปแบบของ Storytelling ที่จะช่วยทำให้ภาพของความทันสมัยอยู่ติดกับแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์นี้ ตัวอย่างเช่น การรีแบรนด์ของศรีจันทร์ ที่ใช้สตอรี่ของการเป็นแบรนด์ไทยที่อยู่ในตลาดมา 70 ปี แต่มีความทันสมัยที่เป็นความภาคภูมิใจ และเข้ากับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว
สำหรับทิศทางและอนาคตของผลิตภัณฑ์กลุ่มความงามสำหรับตลาดในประเทศไทยนั้น จากข้อมูลวิจัยและการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงสถานะและปัจจัยต่อตลาดไทย ดังนี้ ตลาดความงามของประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นในวงจรของการเติบโต ซึ่งทำให้มีโอกาสเติบโตไปได้อีกมาก การเข้ามาของแบรนด์ดังและแบรนด์พรีเมี่ยม จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตลาดไทย นอกจากนี้ ช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญยิ่ง ในอนาคต
“หัวใจของการเจาะตลาดเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ผู้ประกอบการ หรือแบรนด์สินค้าจะต้องพัฒนาสินค้าและสร้างสรรค์แคมเปญที่โดนใจ และมีอิทธิพลที่จะทำให้เกิด แชร์ทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์และเรื่องราวของสินค้านั้นๆ ไปยังเพื่อนฝูง อย่างกว้างขวาง โดยหัวใจหลักในการชนะใจกลุ่มเป้าหมาย และ ยึดครองตลาดเป้าหมาย ที่ต้องคำนึงถึง คือ การแชร์ อัพเกรด และต้องอยู่บน โลกออนไลน์” อิษณาติ กล่าวปิดท้าย