เมื่อวานนี้ บอย โกสิยพงษ์ นักร้อง นักแต่งเพลง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เบเกอรี่มิวสิค และป๊อด ธนชัย อุชชิน นักร้องนำวงโมเดิร์นด็อก ที่ทำผลงานเพลงร่วมกันในนาม “BOYdPOD” ได้มีการปล่อยมิวสิควิดีโอ เพลงล่าสุดอย่าง I'm ok // not ok ที่มีการ Featuring กับนักร้องและนักแสดงชื่อดังอย่าง Billkin ผ่านทางช่องทาง YouTube
และก็เป็นไปตามคาด คลิปนี้ถูกแชร์ไปมากมายในโซเชียลมีเดีย ไม่ถึง 24 ชั่วโมง MV I'm ok // not ok ก็มียอดวิวเกือบล้านวิว
บอย โกสิยพงษ์ อธิบายที่มาที่ไปของเพลงนี้ว่า ตอนแรกที่แต่งเพลงนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง เดิมทีกะไว้ว่าจะเล่าให้ฟังว่าเป็นเรื่องอะไร และจากฉากไหน แต่เมื่อคุณป๊อดเริ่มร้องอัดเสียง และคุณป๊อดก็ได้ตีความ โดยอาศัยประสบการณ์จากชีวิตจริง และร้องออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ จนต้องหยุดบันทึกเสียงไปในบางครั้ง เพราะความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาทั้งกับเขา และกับผม
ผมจึงตัดสินใจว่า จะไม่บอกว่าได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่องไหนอีกต่อไป แต่ปล่อยให้เพลงนี้ได้สื่อสารกับหัวใจของผู้ฟังโดยตรง เพราะแต่ละคนคงจะมีเรื่องราว ที่สามารถใช้เพลงนี้ประกอบช่วงเวลาเหล่านั้นได้อยู่แล้ว
นอกเหนือจากความไพเราะของเพลงแล้ว สเน่ห์ของเพลงนี้อยู่ที่การคัดเลือกนักแสดงมาเล่นมิวสิควิดีโอ
บอย อธิบายว่า มิวสิควิดีโอเพลงนี้เป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดาที่เคยรับบทเป็น “ไข่ย้อย” และ “ดากานดา” จากภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท เมื่อ 20 ปีก่อน
การกลับมาของทั้งคู่ช่วยเติมเต็มอารมณ์ ของความคิดถึง ความผูกพัน และความห่วงใย ที่มากเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยคำพูด

การเป็นไวรัลในช่วงข้ามคืนของ MV I'm ok // not ok นี้ ถ้าเป็นการตลาดจะเรียกว่า Nostalgia Marketing หรือ “การตลาดย้อนวันวาน" ที่หยิบเอาความผูกพันทางอารมณ์ของเรื่องราวในอดีตมาผูกโยงเข้ากับปัจจุบัน
มีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้จัดทำขึ้นโดย Stamina Asia และ Marketbuzzz รายงานว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าเรื่องราวในอดีตดีกว่าปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การศึกษายังชี้ให้เห็นว่าคนไทยยังคงมุ่งเน้นอนาคตด้วยเช่นกัน โดย 79% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าอนาคตน่าจะดีกว่าปัจจุบัน
เจอโรม เฮอร์วีโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท สตามิน่า เอเชีย จำกัด กล่าวว่า "สิ่งที่เราเห็นคือความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับการย้อนวันวาน" ถึงแม้คนไทยจะให้คุณค่ากับความทรงจำและประสบการณ์ในอดีตอย่างลึกซึ้ง แต่ก็ไม่ได้ต้องการย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบในอดีต พวกเขาต้องการแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงความทรงจำอันล้ำค่าของพวกเขาเข้ากับนวัตกรรมและคุณค่าของยุคปัจจุบัน
มุมมองที่แตกต่างกันต่อ "ความคิดถึง" ในแต่ละกลุ่ม
- ผู้ชายมักคิดถึง “สิ่งที่ขาดหายไป” เช่น วิถีชีวิตในสังคมที่เคยมีมาก่อน ขณะที่ผู้หญิงมักคิดถึง “บุคคล” หรือคนที่เคยพึ่งพาได้
- คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะคิดถึงประสบการณ์ “ส่วนตัว” มากกว่า ขณะที่ผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัยจะมีความรู้สึกอ่อนไหวต่อ “การนำเสนอหรือสิ่งของ” จากอดีตมากกว่า
- Gen Z ก็เปิดรับเทรนด์ Nostalgia ในรูปแบบการนำเทรนด์เก่ามารีไซเคิลในมุมมองใหม่ เช่น การกลับมาใช้กล้องคอมแพค หรือการแต่งตัวสไตล์ Y2K นี่เป็นโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถนำเรื่องราวจากยุคเก่ามาปรับใหม่ให้เหมาะกับ Gen Z

หัวใจสำคัญของ Nostalgia Marketing
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Nostalgia Marketing คือการหยิบเอาเรื่องราวในอดีต ไม่ว่าจะเป็น สิ่งของ, สถานที่, ความทรงจำ, ประสบการณ์ หรือความสัมพันธ์บางอย่างมาเชื่อมโยงกับปัจจุบันผ่านความรู้สึก ดังนั้นหัวใจของ Nostalgia Marketing จึงอยู่ที่คำว่า
1. Authenticity เน้นเรื่องจริงที่ไม่ปรุงแต่ง เพราะบางครั้งการนำเสนออะไรที่เกินจริงก็ไม่เป็นผลดี
2. Relevance เน้นความเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายปัจจุบัน อย่าง MV นี้ก็ใช้โอกาสครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์มาเชื่อมโยงคนที่เคยดูหนัง กับคนดู MV
3. Storytelling เน้นการเล่าเรื่องที่สอดคล้องกับเรื่องราวในอดีต ตัวอย่างคือ ภาพเขียนดอกไม้ใน MV ที่คนดูจะเข้าใจเอง
4. Emotional Approach เน้นความรู้สึก ให้ความรู้สึกพูดแทนแบรนด์ เหมือนกับ MV นี้ที่แทบจะไม่ต้องมีบทพูดอะไรเลย
5. Soft Sell ขายของได้ แต่ต้องเนียนๆ โดยเน้นนำเสนอคุณค่ามากกว่าการกดดัน และจะเป็นไวรัลเอง เหมือนที่บอยใช้วิธีเชิญชวนให้คนมาดู MV ในช่วงท้ายว่า “I’m ok // not ok หากคุณคิดถึงใคร หรือมีใครที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ แต่ยังไม่เคยบอกเขา...ลองตัดสินใจส่งเพลงนี้ให้เขาฟังดูนะครับ บางทีเสียงเพลงอาจพูดแทนความรู้สึกที่เรายังพูดไม่ออกก็ได้”

ในส่วนของมิวสิควีดีโอถูกกำกับโดย ทสร บุณยเนตร Chief Creative Officer จาก BBDO Bangkok ผู้กำกับที่คว้ารางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย อาทิ
• Cannes Lions (รางวัลสูงสุดของวงการโฆษณาโลก)
• D&AD (Design and Art Direction Awards)
• Clio Awards
• AdFest และ Spikes Asia
• รางวัลภายในประเทศ เช่น B.A.D Awards และ Adsman Awards
และอีกหลายต่อหลายรางวัล จนเรียกได้ว่า เขาคือหนึ่งในผู้กำกับ และครีเอทีฟไดเรกเตอร์แถวหน้าของโลกก็ว่าได้