บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จํากัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ “Smarthome” (สมาร์ทโฮม) ก้าวสู่ปีที่ 12 อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งได้เติบโตควบคู่ไปกับวิถีชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “คุณภาพที่เข้าถึงได้” ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Smarthome เข้าถึงครัวเรือนไทยทุกระดับ กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่คู่กับครัวเรือนไทยอย่างแพร่หลายจากหนึ่งบ้าน สู่บ้านนับล้าน
นายธวัช มานะวงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด เล่าให้ฟังว่าจุดเริ่มต้นของ Smarthome ก่อตั้งเมื่อปี 2556 โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งทั้งหมด 3 ท่าน คือตนเอง ,คุณวิศรุต ทวีรุจจนะ และคุณณัฐพล รอดชุม ซึ่งเริ่มต้นจากสินค้าขนาดเล็ก เช่น หม้อหุงข้าว และพัฒนาสินค้าอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้ง กระติกน้ำร้อน, เครื่องปั่น จนถึง “หม้อทอดไร้น้ำมัน” ที่นับเป็นสินค้าพระเอกของบริษัทฯ ปัจจุบัน Smarthome ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาทั้ง ความสะดวกสบาย ประหยัดพลังงาน ใช้งานง่าย และราคาคุ้มค่า
นายธวัช กล่าวอีกว่า ความสำเร็จที่มาจากการ “เข้าใจคนไทย” Smarthome ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นการเติบโตทางยอดขายเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการ ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทย เช่น ฟังก์ชันใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน, ดีไซน์กะทัดรัด เข้ากับพื้นที่จำกัดในคอนโดหรือบ้านขนาดเล็ก รวมถึงการรับประกันสินค้า 3 ปี และบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจ และตัดสินใจเลือกซื้อ สิ่งนี้ทำให้เป็น จุดเด่นของบริษัทฯในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
วางเป้าหมายยอดขายแตะ 2,000 ล้านบาทในปี 2568
ในโอกาสครบรอบ 12 ปีนี้ Smarthome ได้ตั้งเป้ายอดขาย 2,000 ล้านบาทภายในปี 2568 ซึ่งถือเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยอาศัยจุดแข็งหลักอย่างความเข้าใจในตลาดคนไทย และการวางตำแหน่งสินค้าที่ “คุ้มค่าเกินราคา”
ขยายช่องทางจัดจำหน่าย รุกตลาดโมเดิร์นเทรดและออนไลน์
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Smarthome ในปีนี้ คือการขยายช่องทางจัดจำหน่ายอย่างทั่วถึงทั่วประเทศ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับ Power Buy, HomePro และ Mega Home เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าให้กับผู้บริโภค พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรักบ้านในยุคปัจจุบัน การเสริมความแข็งแกร่งในช่องทางขายนี้ไม่เพียงช่วยขยายฐานลูกค้า แต่ยังเน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีในการเลือกซื้อ ทั้งในด้านการจัดแสดงสินค้า บริการหลังการขาย และการเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
"พร้อมมุ่งเน้นตลาดออนไลน์ผ่านช่องทาง Lazada, Shopee และ TikTok Shop โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้จากช่องทางเหล่านี้ รวมทั้งขยายความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า เช่น Big-C, Lotus, Go Wholesale, Makro, CJ Express และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้จากตลาดออนไลน์มีการขยายตัวอย่างโดดเด่นและชัดเจน"
“เราต้องการให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้า Smarthome ได้ง่าย สะดวก และมั่นใจในคุณภาพไม่ว่าจะซื้อผ่านช่องทางใดก็ตาม” นายธวัช กล่าว
มุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสังคม
บริษัทไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไร แต่ยังตั้งใจคืนคุณค่าให้กับสังคม ผ่านโครงการ “ซื้อ 1 ชิ้น ปัน 1 บาท” ซึ่งในทุกการซื้อสินค้า 1 ชิ้น เราจะร่วมสมทบทุนจำนวน 1 บาท เพื่อนำไปส่งต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนในสังคม โดยแบ่งการสนับสนุนออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้:
ด้านการศึกษา มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส รวมถึงเด็กไร้สัญชาติที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน
ด้านสาธารณสุข สนับสนุนหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง
ด้านศาสนาและจิตใจ ร่วมอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา เช่น การสร้างศาลาวัดเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้หลักธรรม และมอบทุนการศึกษาแก่สามเณร เพื่อสืบทอดและเผยแผ่พระธรรมคำสอนอย่างยั่งยืน เพราะเรามุ่งมั่นให้ธุรกิจเติบโตเคียงข้างสังคมอย่างมีคุณภาพและมีความหมายในระยะยาว
วันนี้คงต้องบอกว่า Smarthome แบรนด์เล็กๆ ที่เริ่มต้นจากความตั้งใจในวันแรก ได้กลายเป็น “ของใช้ประจำบ้าน” ที่หลายครัวเรือนไว้วางใจ ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกับทุกครอบครัว เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในทุกเช้าก่อนไปทำงาน ทุกมื้ออาหาร ทุกช่วงเวลาพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นกาต้มน้ำ เครื่องปิ้งขนมปัง หม้อทอดไร้น้ำมัน หรือเครื่องล้างจน ที่อำนวยความสะดวกในบ้าน ทุกชิ้น ล้วนถูกออกแบบด้วยใจ
เราขอขอบคุณทุกเสียงตอบรับ ทุกคำแนะนำ และทุกความไว้วางใจที่มอบให้ Smarthome ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นเช่นเดิม พร้อมเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็นแบรนด์ไทยที่โตอย่างยั่งยืนและอยู่ในใจของคนไทย…ทุกบ้าน