หลายคนอาจไม่ทันได้สังเกตว่า แบรนด์ต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา บางชื่อก็จับโป๊ะได้ว่าเขียนผิดนะ! ผิดหลักแกรมมาร์นะ! แต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาจงใจให้มันผิดตั้งแต่แรก (บางทีก็ผิดแบบไม่ได้ตั้งใจ) เพื่อสร้างความโดดเด่น ง่ายต่อการจดจำมากขึ้น
กลยุทธ์นี้เรียกว่า Memorable Naming แปลตรงตัวเลยก็คือตั้งชื่อให้จำง่าย จำได้ จำไปนาน ๆ เพราะในโลกที่มีชื่อแบรนด์นับล้าน การมีชื่อที่ถูกต้องตามหลักภาษา อาจไม่ได้ช่วยให้คนจำได้เสมอไป เพียงแค่เราบิดคำให้เพี้ยนสักนิด หรือเล่นคำสักหน่อย ก็สามารถทำให้ชื่อแบรนด์กลายเป็น Unique Identity เลยก็ได้
วันนี้ BrandAge Online ขอเสนอ 9 ชื่อแบรนด์ที่เขียนผิด แบบคิดมาแล้ว! ด้วยกลยุทธ์ Memorable Naming ไม่ถูกเป๊ะ แต่เห็นแล้วจำได้ทันที

Reddit มาจาก “Read it” (อ่านแล้ว)
สะท้อนแนวคิดของแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้เข้ามา อ่าน แชร์ และพูดคุย เรื่องต่าง ๆ ที่คนอื่นโพสต์ไว้ เหมือนพูดว่า “I read it on Reddit.” โดยแบรนด์ตั้งใจเขียนติดกันและใช้ “i” แทนเสียงสระ เพื่อให้ดูเป็นกันเอง และสื่อถึงวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ตในยุคแรก ๆ ที่ชอบเล่นคำ
Babi Mild มาจากคำว่า “Baby”
ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า Baby Mild ซึ่งสื่อถึง “ความอ่อนโยนเหมือนผิวเด็ก” แต่เพื่อให้ไม่เหมือนใครและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เปลี่ยนเป็นคำว่า Babi ที่ยังออกเสียงใกล้เคียงเดิมแต่ดูน่ารักและจำง่ายกว่า
Skechers มาจากคำว่า “Sketchers”
ชื่อเดิม Sketchers หมายถึง “นักวาดภาพร่าง” แต่ผู้ก่อตั้ง Robert Greenberg ตั้งใจตัดตัว t ออก เพื่อให้ชื่อดูขี้เล่นแบบวัยรุ่นอเมริกัน ซึ่งคำว่า Skecher (ไม่มี t) ยังเป็นสแลงอเมริกันที่หมายถึง “เด็กซน อยู่ไม่นิ่ง” ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์
Krispy Kreme มาจาก “Crispy Cream”
คำว่า Crispy Cream เพราะแบรนด์ต้องการให้ชื่อสะท้อนความอร่อยของโดนัท กรอบนอกนุ่มใน แต่เพื่อให้ดูสนุกและมีเอกลักษณ์ จึงเปลี่ยนการสะกดจาก C เป็น K และใช้ “Kreme” แทน “Cream”
Netflix มาจาก “Net Flicks”
มาจาก “Net” (ย่อจาก Internet) + “Flicks” (คำสแลงหมายถึงหนัง) ซึ่งแปลตรงตัวว่า “หนังบนเน็ต” จนตอนนี้กลายเป็นสตรีมมิงระดับโลก ด้วยชื่อที่สั้น จำง่าย และสื่อถึงคอนเทนต์ได้ทันทีโดยไม่ต้องอธิบาย
Spotify มาจาก “Spot + Identify”
ตอนแรกผู้ก่อตั้งพยายามคิดชื่อที่เกี่ยวกับการค้นหาเพลง จนมีคนพูดชื่อหนึ่งแล้วอีกคนได้ยินผิด เป็นคำว่า Spotify พอค้นดูพบว่าไม่มีใครใช้ จึงเลือกคำนี้ทันที ภายหลังจึงให้ความหมายว่า Spot + Identify = แพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาและรู้จักเพลงใหม่ ๆ ได้ง่าย
Google มาจาก “Googol”
ชื่อ Google ดัดมาจากคำคณิตศาสตร์ Googol ซึ่งหมายถึงเลขมหาศาล (สิบยกกำลังหนึ่งร้อย) ผู้ก่อตั้งต้องการสื่อถึง ข้อมูลจำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต ที่เครื่องมือค้นหาสามารถจัดการได้
The Beatles มาจาก “Beetles”
ตอนแรกใช้ชื่อว่า The Beetles (ด้วง) แต่เปลี่ยนการสะกดเป็น The Beatles เพื่อเล่นคำกับคำว่า Beat ที่หมายถึง “จังหวะดนตรี”
Linkin Park มาจาก “Lincoln Park” (ชื่อสวนสาธารณะในลอสแอนเจลิส)
วง Linkin Park เดิมชื่อว่า Hybrid Theory แต่ใช้ไม่ได้เพราะมีวงอื่นจดแล้ว สมาชิกวงจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Lincoln Park ตามสวนสาธารณะใกล้บ้านใน LA แต่เมื่อจะจดโดเมนก็พบว่ามีคนใช้แล้ว เลยเปลี่ยนการสะกดเป็น Linkin Park