สนามมวยเวทีลุมพินี (Lumpinee Boxing Stadium) เป็นสนามมวยมาตรฐานของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดย พลตรี ประภาส จารุเสถียร กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่โดยการผนึกกำลัง และความร่วมมือ อันแข็งแกร่งโดยศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี กับ บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด โดยการนำของคุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศวิสัยทัศน์อันน่าจับตามอง "ในการต่อยอดคุณค่าโดยไม่ทำลายรากฐาน" เพื่อเจาะลึกถึงกลยุทธ์การพลิกโฉมครั้งสำคัญ
-วิสัยทัศน์สู่การยกระดับมวยไทย การพัฒนาสนามมวยเวทีลุมพินี ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาติอย่างไร
เรามองว่ามวยไทยคือหนึ่งใน Soft Power ที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ และศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี มิใช่เพียงแค่สนามมวย แต่เป็น “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่อยู่คู่กับวงการมายาวนานถึง 69 ปี วิสัยทัศน์หลักของเราจึงเป็นเรื่องของการ “ต่อยอดคุณค่าโดยไม่ทำลายรากฐาน” เราต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้วงการมวยไทยก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านมาตรฐานการแข่งขัน ความปลอดภัย การบริหารจัดการ และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
-ลุมแม็กซ์วางตำแหน่งสนามมวยเวทีลุมพินี ในยุคใหม่นี้ ในฐานะศูนย์กลางระดับนานาชาติอย่างไร
เป้าหมายของเราคือการพัฒนาสนามมวยเวทีลุมพินี ให้เป็น Global Sports & Entertainment Hub ที่ผสานศิลปะการต่อสู้ วัฒนธรรมไทย และประสบการณ์เชิงกีฬาอย่างครบวงจร เราจะขยายสู่ Combat Sports Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้งมวยไทย มวยสากล และศิลปะการต่อสู้อื่น ๆ พร้อมยกระดับประสบการณ์ผู้ชมผ่านเทคโนโลยีและบริการมาตรฐานสากล เพื่อให้สนามมวยเวทีลุมพินี “สนามกีฬาระดับชาติของมวยไทย” และเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
-ด้านกลยุทธ์ความร่วมมือ การเข้ามาบริหารงานครั้งนี้ มีแนวทางการสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ กองทัพ ค่ายมวย และชุมชนอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่ายได้อย่างไร
เรายึดหลักการ "Next Step Together" โดยมีแนวคิด Inclusivity เป็นแกนกลาง เราจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกองทัพบกและสนามมวยเวทีลุมพินี เพื่อวางระบบธรรมาภิบาลที่โปร่งใสในการบริหารจัดการ พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับนักกีฬา ค่ายมวย โปรโมเตอร์ และชุมชนโดยรอบ สนามมวยเวทีลุมพินี ต้องเติบโตไปพร้อมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม และเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
-ในความยั่งยืนมีกลยุทธ์อย่างไรในการสร้างความมั่นคงทั้งต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมมวยไทยในระยะยาว
เรามุ่งสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม รายได้ที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติจะถูกนำกลับไปพัฒนาสวัสดิการนักมวย มาตรฐานผู้ตัดสิน โค้ช และบุคลากรในอุตสาหกรรม รวมถึงการสร้าง ระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม (Fair System) เพื่อให้คนในวงการมวยไทยสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมั่นคง
-การฟื้นฟูความคึกคักและศักดิ์ศรีของแชมป์ แฟนกีฬาจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอะไรบ้างในช่วงแรกของการปรับปรุง เพื่อเรียกความคึกคักกลับคืนมาบ้าง
เรามุ่งยกระดับโปรดักชันและประสบการณ์ผู้ชมให้เทียบเท่าอีเวนต์ระดับสากล โดยดึงนักกีฬาชั้นนำทั้งไทยและต่างชาติมาพบกัน พร้อมเพิ่มกิจกรรมเสริม เช่น Premium Fan Zone, Cultural Showcase และระบบเทคโนโลยีเชื่อมต่อผู้ชมทั่วโลก ลุมพินีจะถูกพัฒนาเป็น “Must-Visit Destination” สำหรับผู้มาเยือนประเทศไทย
-จะทำอย่างไรให้ลุมพินีกลับมามีชีวิตชีวา มีบรรยากาศ “คนแน่น-สนุก-มีพลัง” เหมือนยุคเก่าที่พระราม 4
เราจะนำเสน่ห์ความสนุกแบบดั้งเดิมกลับมาปรับใช้ในยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “Recreate the Magic with Modern Comfort" โดยใช้การตลาดเชิงรุก การสร้าง Community และประสบการณ์ภายในสนามที่มีเอกลักษณ์ ทั้งการเชียร์ การจัดแสง-เสียง และกิจกรรมแฟนสปอร์ต เพื่อให้การมาชมมวยที่ลุมพินีเป็นประสบการณ์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากการชมผ่านหน้าจอ
-ในส่วนของนักกีฬา จะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้ “เข็มขัดแชมป์ลุมพินี” กลับมามีเกียรติและศักดิ์ศรีสูงสุดอีกครั้ง
เราจะร่วมมือกับสนามมวยเวทีลุมพินี ในการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและการตัดสินให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นสากล พร้อมเพิ่มมูลค่าและสิทธิประโยชน์ให้แชมป์ ทั้งรางวัล โอกาสไปชกในระดับโลก และการสนับสนุนด้านอาชีพ เป้าหมายคือทำให้ “แชมป์ลุมพินี” เป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นสุดยอดของนักมวยไทยอย่างแท้จริง
-การบริหารจัดการแบบใหม่จะกระทบต่อธรรมเนียมปฏิบัติและรากเหง้าของวงการมวยไทยที่สืบทอดกันมาหรือไม่
เรายืนยันว่าเคารพรากเหง้าและธรรมเนียมทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นพิธีไหว้ครู งานวันคล้ายวันสถาปนาสนาม และวัฒนธรรมของคนมวย ลุมแม็กซ์เข้ามาเพื่อ เสริม ไม่ใช่ลบเลือน เราพร้อมรับฟังและเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ เพื่อสืบสานให้มีความยิ่งใหญ่และถูกต้องตามประเพณีมากยิ่งขึ้น
-กลยุทธ์ในการสร้าง Ecosystem ที่เป็น Blue Ocean จะช่วยโปรโมเตอร์และค่ายมวยในยุคการแข่งขันสูงได้อย่างไร
เราจะเปลี่ยนจากการแข่งขันแบบ Red Ocean ที่ต่างฝ่ายต่างแบกรับความเสี่ยง มาเป็นระบบ Blue Ocean ที่เติบโตไปด้วยกัน ผ่านการบริหาร Sponsorship, Broadcasting Rights และ International Partnerships เพื่อนำเม็ดเงินจากนานาชาติเข้าสู่อุตสาหกรรม เพิ่มรายได้ให้โปรโมเตอร์ ค่ายมวย และนักมวยในทุกระดับ หลักคิดสำคัญของเราคือ “ถ้าคนมวยอยู่ได้ ลุมพินีก็อยู่ได้”
-อยากจะบอกถึงคนในวงการมวยและประชาชนคนไทยอย่างไรบ้าง
ลุมแม็กซ์ขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่มอบความเชื่อมั่นและโอกาสอันสำคัญยิ่งในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกองทัพบก , พลโท พงศ์ชาติ กัมพลานุวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก มวยไทยลุมพินี, ดร.หม่อมหลวง ภัทรชาติ ประวิตร ประธานกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด และ ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ และประธานที่ปรึกษา บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด ที่ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
เราขอให้คำมั่นกับคนในวงการมวยและประชาชนคนไทยทุกคนว่า จะดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และยึดผลประโยชน์ของวงการมวยไทยเป็นสำคัญ เรามุ่งทำให้สนามมวยเวทีลุมพินีเป็นศูนย์กลางระดับโลก และเป็นความภาคภูมิใจของชาติอย่างแท้จริง ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าวสำคัญครั้งนี้