ปี 2568 ที่กำลังจะหมดไปแม้เศรษฐกิจยังไม่ดี แต่ยังมีดีลใหญ่ที่ทำให้วงการสั่นสะเทือนทั้งในไทยและต่างประเทศ วันนี้ Brandage Online ได้รวบรวมตัวอย่าง “การขยับตัวครั้งใหญ่” ของบริษัทใหญ่ที่เข้ามาร่วมทุน รวมถึงเข้าซื้อกิจการรายเล็ก
ดีลที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากจะตอบโจทย์ทิศทางในการดำเนินกลยุทธ์ที่บางรายอย่าง CRG ใช้เป็น 1 ในการสร้างการเติบโตผ่านการ Joint Venture กับบริษัทที่ทำร้านอาหารโดยเฉพาะรายเล็กๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโต และมีไอเดียที่สดใหม่ โดยต้องการให้การร่วมทุนนั้นๆ เข้ามาเป็นอีกตัวช่วยขับเคลื่อนเข้าหาโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ
ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่บางราย จะใช้วิธีการเทคโอเวอร์ เพื่อเข้ามาต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ พร้อมกับช่วยทำให้อีโคซิสเท็มที่ตัวเองทำอยู่มีความแข็งอกร่งยิ่งขึ้น อย่าง LINE MAN Wongnai เข้าซื้อบริษัท JERA Cloud หรือความพยายามในการซื้อ Warner Bros ของ Netflix เป็นต้น
การเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นผ่านหลายรูปแบบ ทั้งการร่วมทุน การซื้อกิจการ ไปจนถึงการควบรวมโดยสมบูรณ์ ซึ่งในภาพรวมสามารถมองผ่าน 3 รูปแบบสำคัญ ได้แก่
1. จ้อย เวน เจอร์ หรือ กิจการค้าร่วม (Joint Venture) คือ การร่วมธุรกิจของตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไป โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมกันลงทุนในโครงการใดโครงการหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นการนำเงินทุน, ทรัพยากร, เทคโนโลยี หรือแรงงานมารวมกันภายใต้ข้อตกลงและสัญญาร่วมค้าที่กำหนดไว้ กิจการร่วมค้าจะยุติลงเมื่อโครงการเสร็จสิ้น และมีการแบ่งปันผลกำไรหรือขาดทุนร่วมกันตามสัดส่วนการลงทุน
2. เทคโอเวอร์ (Takeover) ในทางธุรกิจ คือ การที่บุคคลหรือบริษัทหนึ่งเข้าซื้อหุ้นของอีกบริษัทหนึ่งจำนวนมากพอจนมีอำนาจควบคุมการบริหารงานของกิจการนั้นได้ อาจแบ่งเป็น 2 แบบหลักคือ Friendly Takeover (เป็นมิตร) ที่ได้รับการยินยอมจากผู้บริหารเดิม และ Hostile Takeover (ไม่เป็นมิตร) ที่ฝ่ายผู้ถูกซื้อไม่เห็นด้วย ซึ่งมีทั้งการซื้อกิจการโดยตรงหรือผ่านการเสนอซื้อหุ้น (Tender Offer) เพื่อเข้าควบคุมกิจการ
3. Merge (เมิร์จ) หมายถึง การควบรวมกิจการ คือ การที่ธุรกิจตั้งแต่ 2 บริษัทขึ้นไปรวมตัวกันเป็นบริษัทเดียว อาจเกิดเป็นบริษัทใหม่ หรือคงเหลือเป็นบริษัทใดบริษัทหนึ่งเดิมก็ได้ โดยมักทำเพื่อขยายธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และเพิ่มกำไร มักทำบนเงื่อนไขที่เท่าเทียมกันระหว่างสองบริษัท
เห็นได้ว่าตั้งแต่กลุ่มอาหาร-เครื่องดื่ม แพลตฟอร์มดิจิทัล ไปจนถึงคอนเทนต์บันเทิงระดับโลก ต่างมีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ผ่านทั้งการซื้อกิจการ การร่วมลงทุน และการควบรวมอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ภาพของ Collaboration Era ชัดเจนยิ่งขึ้น
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนว่า “การเติบโตแบบโดดเดี่ยว” กำลังกลายเป็นอดีต ทุกอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยการจับมือกัน ไม่ว่าจะเพื่อเร่งสปีดการขยายธุรกิจ ปิดจุดอ่อนที่มี หรือเข้าถึงโอกาสที่ต้องใช้ทรัพยากรและความสามารถหลากหลายซึ่งไม่อาจทำได้เพียงลำพัง
ปี 2568 จึงเป็นหลักฐานสำคัญว่าการเติบโตในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องของ “ฉันทำได้คนเดียว” แต่คือการสร้างเครือข่าย ความแข็งแรง และการเข้าถึงโอกาสร่วมกัน การจับมือในแต่ละรูปแบบ ตั้งแต่ Co-creation ไปจนถึง Merger ล้วนสะท้อนแนวคิดเดียวกัน ธุรกิจที่ผนึกพลังกับผู้อื่นได้อย่างฉลาด จะเป็นธุรกิจที่อยู่รอดและเติบโตเหนือคู่แข่งได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง
และที่ยกตัวอย่างมา คือดีลของแบรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2568 ที่ผ่านมา มีดีลไหนบ้าง ไปดูกัน
