BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
33,287
VIEWS

ถอดรหัสการสร้างธุรกิจ Grab จาก App เรียกTaxi สู่ Startup แสนล้าน

พ.ค. 10, 2561 S.Vutikorn

Startup ชื่อดังอย่าง Grab เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตที่รวดเร็วจนหลายคนคาดไม่ถึงระยะเวลาเพียง 6 ปี

Grab เป็นแบรนด์ Startup ที่มีมูลค่าสูงกว่า 6 พันล้านเหรียญ

Grab สามารถสร้างฐานลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้สูงถึงวันละ 6 ล้านเที่ยว

Grab สามารถเชิญชวนให้คนในอาเซียนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้มากกว่า100 ล้านครั้ง

ปัจจุบันนี้ Grab เป็น Startup ที่ให้บริการด้านระบบขนส่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดในอาเซียน โดยเปิดให้บริการในเมืองใหญ่ๆ แล้วถึง 209 เมืองใน 8 ประเทศ

ต้องบอกว่า ความสำเร็จของ Grab นั้นมาจากการกระโดดลงในธุรกิจที่มี Scale ขนาดใหญ่ และสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วอย่างธุรกิจขนส่งนั่นเอง

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการทำธุรกิจ Grab ค่อยๆ ขยับขยายการให้บริการไปทีละนิดๆ โดยยังคงรักษา Core Business ของตนเองไว้ได้เป็นอย่างดี

 

ในประเทศไทย Grab ถือเป็นอีกหนึ่ง Platform ยอดนิยมที่คนไทยนิยมโหลดมาใช้ในงาน โดยเเฉพาะกับคนเมือง เหตุผลก็เพราะว่าGrab มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลายมิติถ้ามองในมุมการสร้างแบรนด์ Grab ในไทยจนถึงวันนี้เรียกว่า Grab ได้เดินทางมาสู่การผลัดใบครั้งที่ 3 แล้ว

 

เริ่มธุรกิจจาก “ส่งคน”

Grab เริ่มเปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในปี 2013 โดยเริ่มจากบริการขนส่งผู้โดยสารอย่าง Grab Taxi

จากปัญหาในการเรียกใช้งานรถสาธารณะของประเทศไทยที่สะสมมานานก็ทำให้Grab กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมขึ้นมาแบบข้ามคืนทันที

Transport Solution จึงกลายเป็นกระดูกสันหลังของGrab ที่คนไทยจดจำเสมอมา

 

ทุกวันนี้Grab มีการเปิดให้บริการในประเทศไทยแล้วถึง16 จังหวัดซึ่งทางGrab เองก็วางแผนที่จะเปิดให้บริการครบ20 จังหวัดในปีนี้โดยเมืองที่17, 18 ซึ่งGrab เตรียมเปิดให้บริการเพิ่มเติมจากนี้ก็คือหัวหินและบุรีรัมย์

 

โดยปัจจุบันGrab มีให้บริการหลายรูปแบบทั้งรถ4 ล้อไม่ว่าจะเป็นGrab Taxi, Grab Car,  Grab XL, Grab Rent,Grab RodDeang เชียงใหม่ไปจนถึงรถมอเตอร์ไซด์อย่าง GrabBike (Win)

 

จาก “ส่งคน” สู่ “ส่งของ”

 การผลัดใบครั้งที่ 2 ของ Grab นั้น คือ Grab ขยายการให้บริการก็คือ Delivery Solution หรือบริการส่งของด้วยการเปิดให้บริการ Grab Delivery

 ธนินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่แกร็บประเทศไทย อธิบายว่า การได้รับความนิยมของ Grab มาจากคำว่า “ปลอดภัย”เพราะระบบการให้บริการของ Grab นั้นสามารถ Tracking ตำแหน่งของรถได้ตลอดเวลา ทำให้ผู้โดยสารเกิดความอุ่นใจ ซึ่งเมื่อ Grab ขยายธุรกิจมาสู่ Delivery Solution เรื่องของความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าจึงถูกส่งต่อมายังบริการใหม่นี้ด้วย

เพราะที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มักจะไม่สบายใจเวลาที่ต้องเรียกใช้พนักงานส่งของที่ตรวจสอบไม่ได้ เช่น วินมอเตอร์ไซค์

เมื่อเป็นเช่นนี้ งานบริการทั้งส่งคนและส่งของของ Grab จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 

ต่อยอดสู่การ “ส่งอาหาร”

ถ้าเราสังเกตให้ดี จะพบว่าธุรกิจที่ Grab เลือกเปิดให้บริการในแต่ละเมืองนั้นล้วนแล้วแต่เป็นงานบริการที่มีความต้องการสูงทั้งสิ้น เพราะเป็นความต้องการพื้นฐานของคนเมือง

ปลายปีที่ผ่านมา Grab เริ่มมีการทดลองให้บริการใหม่ที่เรียกว่า Grab Food หรือบริการส่งอาหารถึงที่ผ่านพาร์ทเนอร์ของGrab Bike ที่ให้บริการอยู่แล้วก่อนหน้านี้ ถือเป็นการเติมเต็มในส่วนของ Delivery Solutionได้เป็นอย่างดี

หลังจากทดลองได้ 6 เดือน Grab ก็ตัดสินใจเปิดให้บริการ Grab Food อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 พฤษภาคม

โดยในระยะแรกของการให้บริการ Grab Food จะบริการส่งอาหารจากร้านอาหารที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรจำนวน4,000 ร้าน โดยลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากตำแหน่งที่เรียกใช้งานได้ในรัศมี 5 กิโลเมตร

การกำหนดรัศมีการให้บริการอยู่ที่ระยะ 5 กิโลเมตร รอบตัวนั้นเหตุผลมาจาก Grab ต้องการให้ส่งอาหารให้ได้เร็วที่สุดนั่นเอง โดยในช่วงเปิดตัว Grab จะให้บริการฟรีไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการคิดค่าบริการตามระยะทางโดยเริ่มต้นที่10 บาท

ธนินทร์ กล่าวย้ำว่า การเปิดให้บริการ Grab Food ครั้งนี้ถือเป็นการเติมเต็ม Ecosystem ของ Grab ที่ Win-Win-Win

“ข้อดีของผู้บริโภคคือ สามารถสั่งอาหารจากมือถือได้เลย ส่วนพาร์ทเนอร์หรือคนขับ Grab ก็มีโอกาสในการเพิ่มรายได้มากขึ้น เพราะสามารถรับงานได้ทั้ง 3 ขา คือ ส่งคน, ส่งของ และส่งอาหาร ส่วนร้านอาหารก็จะได้อะไรที่มากกว่าการขายหน้าร้าน เพราะสามารถรับOnline Order ซึ่งเป็นช่องทางการขายใหม่”

จากการทดลองเปิดให้ใช้บริการอย่างไม่เป็นทางการ ก็พบว่า ในช่วง6 เดือนที่ผ่านมา มีคนทดลองใช้บริการ Grab Food เพิ่มขึ้นถึง 440%

 

Unmet Need หาความต้องการซ่อนเร้นให้เจอ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความสำเร็จของ Platform ทางด้าน Transpotation อย่าง Grab นั้นสาเหตุที่เติบโตได้เร็วขนาดนี้ ก็เพราะว่าสามารถหา Pain Point ของระบบธุรกิจเดิมที่มีปัญหาและสืบเสาะไปจนเจอที่มาของปัญหา ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการซ่อนเร้นมานาน

ที่ผ่านมา คนกรุงเทพส่วนใหญ่มักจะต้องผจญกับสภาพการจราจรที่ติดขัดตลอดทั้งวัน แถมยังต้องมาเจอกับปัญหาที่ไร้สาระอย่างการเรียกใช้รถสาธารณะอย่าง Taxi แล้วถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ดังนั้นเมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าเดิมคนจึงหันมาใช้บริการทันทีทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงบริการดังกล่าวนี้ยังขัดแย้งกับกฎหมายก็ตาม

แต่ผู้บริโภคก็ไม่สนเพราะถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่าถูกใจกว่า

 

Accessibility อีกหัวใจของความสำเร็จ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Grab มาถึงทุกวันนี้ได้ก็คือ เรื่องของ Accessibility หรือการเข้าถึงที่ง่าย

เข้าถึงนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ

1. ส่วนของลูกค้าที่ใช้งานได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอพพลิเคชั่น

2. ในส่วนของที่เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์หรือคนขับรถให้บริการ

ด้วยโมเดลธุรกิจของ Grab นั้นเป็น Sharing Economy ทำให้คนทั่วไปที่มีทรัพย์สินของตนเองสามารถนำเอาทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, รถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้งานอยู่มาสร้างรายได้จากการให้บริการขนส่งผ่าน Digital Platform ได้แบบง่ายๆ

เพราะการมาขับรถให้ Grab เจ้าของรถสามารถเลือกเวลาที่จะทำงานได้เลือกช่วงเวลาที่จะทำหรือเลือกวันที่จะหยุดพักได้เพราะรายได้ของผู้ขับมาจากการให้บริการไม่ใช่เงินเดือนประจำ

ดังนั้น Sharing Economy ในลักษณะนี้เราจะเห็นคนที่เข้ามาขับรถมีทั้งแบบที่ตั้งใจทำประจำและแบบทำเป็นงานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้เสริมซึ่ง Grab เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Micro Entrepreneur และพยายามทำทุกอย่างให้คนกลุ่มนี้เข้ามาสู่ Community ของ Grab ได้ง่ายที่สุด

Every Day Apps for Everyone

 

แม้ว่า Brand Purpose ของ Grab ในยุคเริ่มต้นนั้นจะโฟกัสไปที่ระบบขนส่งคือ พาผู้โดยสารเดินทางจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งแต่ปัจจุบันนี้รูปแบบธุรกิจของ Grab มีการขยายตัวไปอย่างมากมายทั้งต่อยอดและต่อข้าง

ในสิงคโปร์ Grab เริ่มมีการให้บริการรถบัสหรือแม้แต่จักรยานเช่าแล้ว

ในอินโดนีเซีย Grab ก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเริ่มต้นธุรกิจประกัน

เหล่านี้ล้วนแสดงให้เห็นว่า Grab ได้เปลี่ยน Brand Purpose ใหม่แล้ว คือเปลี่ยนจาก Transport Solution ไปสู่การสร้าง Smart City หรือเมืองอัจฉริยะ

          

เป้าหมายสูงสุดของ Grab ในปัจจุบันนี้ก็คือ เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในเมืองใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่าน Application เดียวไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การชำระเงินแบบไร้เงินสด และบริการทางการเงินสำหรับผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในแอพพลิเคชั่นเดียว

ยกตัวอย่าง เช่น การใช้บริการแกร็บคาร์เพื่อเดินทางไปทำงาน สั่งอาหารเช้าพร้อมรับประทานอย่างสะดวกสบายที่บริษัทด้วยแกร็บฟู้ด ไปประชุมนอกบริษัทด้วยความรวดเร็วด้วยแกร็บไบค์ (วินมอเตอร์ไซค์) และส่งของขวัญให้คนที่รักด้วยแกร็บไบค์ (รับส่งพัสดุ เอกสาร)

 

พูดง่ายๆ ก็คือ Grab อยากไปให้ถึงขั้นที่เรียกว่า Every Day Apps for Everyone

 

ถ้าดูจากการดำเนินธุรกิจในช่วงที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า Grab บรรลุภารกิจหลักไปแล้ว 2 ภารกิจ คือ

1. Safety สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานทุกคน

2. Accessibility For All พัฒนาระบบให้ทุกส่วนเข้าถึงได้ง่าย

ภารกิจที่ 3 ที่ Grab กำลังเร่งทำในขณะนี้ ก็คือ Community หรือการสร้างชุมชนของผู้บริโภคและพาร์ทเนอร์ของ Grab ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากกิจกรรมหรือบริการใหม่ๆที่เพิ่มเข้ามา

ทั้งหมดนี้คือ Step การทำธุรกิจของ Grab ที่ Startup ในประเทศไทยควรศึกษา

 

“Not Just Ice Cream, It’s Your Creation” Swensen’s เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่ The Creation ไอศกรีมผัด เลือกท็อปปิ้งได้เองกว่า 30 ชนิด เริ่มต้น 119 บาท

SACIT เดินหน้าสร้างตลาด สร้างโอกาส สร้างรายได้ ให้ผู้ผลิตงานหัตถศิลป์ไทย พร้อมจัด “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17” ดันภูมิปัญญาเข้าถึงตลาดสากล

GO Hotel ร่วมกับ SCB CardX ชวนเที่ยวไทย มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร SCB CardX เมื่อจองห้องพักตรงผ่าน GO Hotel website

Pi Carbon ปิดจุดอ่อน SME ไทย! เปลี่ยน “ตัวเลขคาร์บอน” เป็นจุดขายพรีเมียม สร้างโอกาสทางธุรกิจก่อนไทยตกขบวนการค้าโลก

เอไอเอ ประเทศไทย Kick off ปีที่ 88 เตรียมจัดคอนเสิร์ต “Let It Live - Let it Last – Let it Rock” นำทีมโดย Bodyslam และศิลปินชั้นนำคับคั่ง

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact