ในสภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญกับการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากภาวะอุปทานส่วนเกิน (Oversupply) และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง SC Asset เลือกแนวทางปรับที่น่าสนใจ จะมีรายละเอียดอะไร BrandAge Online จะพาทุกคนไปดูทีละจุดกัน
เริ่มแรกที่สังเกตพบ SC Asset ปรับตัวผ่านการเปิดตัวโครงการน้อยแต่เน้นมูลค่าสูง (High Value, Low Volume) โดยเลือกโฟกัสไปที่เซกเมนต์ Ultra Luxury และ Luxury เป็นหลัก การเลือกเดินหมากเช่นนี้ผ่านการวิเคราะห์มาแล้วว่ากลุ่ม High-quality Customers ยังคงมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่งและได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดอื่นๆ
สังเกตได้จากผลการดำเนินงานที่มียอดขายเฉลี่ยในพอร์ตปัจจุบันอยู่ที่ 70% ซึ่งหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคที่ผู้บริโภคตัดสินใจยากขึ้นและคิดรอบคอบมากขึ้น คือการพัฒนา Selective Property ที่มีทำเลและจุดขายที่โดดเด่นอย่างแท้จริงเพื่อสร้าง Absorption Rate (ดัชนีวัดความต้องการซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ในตลาด) ที่มีประสิทธิภาพ

ภายใต้บริบทนี้ การเปิดตัว STILL Sukhumvit 20 จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มโครงการใหม่เข้าสู่พอร์ต แต่สะท้อนให้เห็นถึงการวางหมากเชิงกลยุทธ์ด้าน Positioning แบบ Understated Residence เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมแบบ Sophisticated ซึ่งมองว่า Privacy is a privilege. ภายใต้แนวคิด Quiet Luxury หรือความหรูหราที่ไม่ต้องตะโกน
การสื่อสารแบรนด์ STILL จึงเลือกใช้ “ความนิ่ง” เป็นแกนหลัก ความนิ่งที่ไม่ได้หมายถึงความเรียบเฉย แต่คือความมั่นใจในมาตรฐานของตัวเอง เป็นการขยับจากการขายสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ไปสู่การขายวิถีชีวิตและรสนิยมที่อยู่ได้จริงในทุกวัน การเลือก “มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ยิ่งช่วยตอกย้ำภาพจำของลักชัวรีที่เข้าถึงได้ มีตัวตน และไม่พยายามมากเกินไป สอดคล้องกับจุดยืนของแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อมองลึกลงไปในระดับผลิตภัณฑ์จะเห็นว่า SC Asset ใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างเชิงโครงสร้าง ด้วยการนำจิตวิญญาณของ “บ้านสุขุมวิท” (Heritage House) ในอดีต ซึ่งเคยเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ของชนชั้นนำมาตีความใหม่เป็นคอนโดมิเนียมที่ให้ประสบการณ์เหมือนอยู่บ้านเดี่ยว ผ่านพื้นที่เปลี่ยนผ่านอย่างจุดเทียบรถ (Porte-cochère) โถงฟัวเย่ (Foyer) และการออกแบบยูนิตแบบ On-line Unit เพื่อความเป็นส่วนตัวสูงสุด
ยิ่งไปกว่านั้นบริษัทยังได้สร้างปราการด่านสำคัญด้วยการยื่น จดสิทธิบัตร (Patent) สำหรับนวัตกรรมระบบรับส่งของที่เชื่อมต่อถึงภายในห้องพักโดยตรงเพื่อตอบโจทย์และยกระดับมาตรฐาน Privacy ซึ่งถือเป็นการสร้าง Unique Selling Point (USP) ที่ลอกเลียนแบบได้ยากและตอบโจทย์พฤติกรรมยุคใหม่ที่สั่งสินค้าออนไลน์บ่อยครั้งแต่ไม่ต้องการเผชิญหน้ากับผู้ส่ง
ขณะเดียวกัน การลงทุนด้านบริการได้สะท้อนมุมมองระยะยาวของแบรนด์ จากการส่งพนักงาน Concierge ไปอบรมกับนายเลิศบัตเลอร์ อะคาเดมี เพื่อยกระดับสู่มาตรฐาน Branded Residence ระดับโลก ที่ช่วยสร้าง Added Value ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ราคา และความยั่งยืนของโครงการในอนาคต

มิติของการกระจายความเสี่ยง SC Asset เลือกขยายฐานลูกค้าต่างชาติไปยังไต้หวัน สิงคโปร์ และยุโรป เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีนที่ชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าไต้หวันที่กลายเป็นกลุ่มหลักที่ตอบรับดีที่สุดจากการมองหาอสังหาริมทรัพย์ในไทยเพื่อเป็นสินทรัพย์
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดจากการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมากที่อั้นมาจากปีที่แล้ว SC Asset ใช้วิธี Diversify ทำเลและสร้างจุดขายเฉพาะตัว เพื่อดึงดูดทั้งกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและกลุ่มที่ซื้อเพื่อเก็บเป็นสินทรัพย์หรือปล่อยเช่า
ท้ายที่สุด STILL Sukhumvit 20 จึงไม่ใช่เพียงคอนโดมิเนียมหรูอีกหนึ่งโครงการในสุขุมวิท แต่หากคือกรณีศึกษาของการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่น้อยแต่ชัดสำคัญกว่ามาก แต่เหมือน เป็นบทพิสูจน์ว่าท่ามกลางภาวะ Oversupply แบรนด์ที่เข้าใจลูกค้า กล้าสร้างความแตกต่าง และลงทุนกับคุณค่าระยะยาวจะสามารถยืนได้อย่างสง่างาม ด้วยความนิ่งที่ทรงพลัง และความหรูหราที่ไม่จำเป็นต้องตะโกน