เมื่อไหร่กันนะ ที่เราเริ่มเสพติดการดูรีวิวก่อนทุกครั้งเวลาจะไปเที่ยวที่ไหน ทำให้การเดินทางกลายเป็นการ “เดินตามรอย” มากกว่าการออกไปสำรวจ เมืองหลายแห่งจึงถูกใช้งานแค่บางจุด ขณะที่พื้นที่รอบ ๆ ซึ่งอาจมีเสน่ห์ไม่แพ้กันกลับถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งที่บางครั้ง สิ่งที่ทำให้การเที่ยวสนุกจริง ๆ อาจไม่ใช่สถานที่ที่คนไปเช็คอินเยอะที่สุด แต่เป็นการเดินหลงในซอยที่ไม่คุ้น หรือเจอร้านอร่อยโดยบังเอิญ จึงเป็นที่มาของ “กาชาปองสุ่มแผนที่” โดยกลุ่มครีเอทีฟท้องถิ่นในย่านยาเนะเซ็น เป็นไอเดียที่ต่อยอดจาก Yorimichi Map (แผนที่แวะข้างทาง) แต่อันนี้เป็นแบบสุ่ม ดังนั้นเราจะไม่รู้ว่าต้องแวะไปที่ไหนบ้าง เร้าใจจัด ๆ
โดยแผนที่แบบสุ่มที่เราแกะออกมา เป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง ๆ ในย่านยาเนะเซ็น ย่านเก่าแก่ของโตเกียวที่เต็มไปด้วยบ้านไม้ ร้านเล็ก และคาเฟ่เงียบ ๆ แม้จะมีนักท่องเที่ยวผ่านเข้ามาในพื้นที่ทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ได้เดินดูอย่างละเอียดมากนัก ย่านนี้จึงกลายเป็นเพียงทางผ่าน มากกว่าจะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจดจำหรือผูกพัน
กระทั่งกลุ่มครีเอทีฟท้องถิ่นชื่อ Machimachi Megane-ten เห็นปัญหาดังกล่าว จึงผุดไอเดีย Yorimichi Map ที่บรรจุไว้ในกาชาปอง ต้องหยอดเหรียญ 100 เยนก่อนถึงจะหมุนออกมาได้ ว่าแล้วก็ดูเหมือนสุ่มเล่น ๆ จะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วเป็นการออกแบบประสบการณ์เชิงพฤติกรรม เพราะคนจะรู้สึกว่าไหน ๆ ก็จ่ายแล้ว ก็ลองเปิดใจแวะไปหน่อยก็แล้วกัน
ตู้กาชาปอง Yorimichi Map ถูกติดตั้งบริเวณด้านหน้าของโซนร้านค้า Ecute ภายในสถานี JR Nippori ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้โดยสารมักแวะซื้ออาหาร ของฝาก หรือพักระหว่างทาง ทำให้จุดนี้กลายเป็นจังหวะเหมาะสมในการชวนผู้คนเริ่มต้นการเดินเที่ยวเมืองแบบสุ่ม ก่อนออกสำรวจย่านยาเนะเซ็น

อ้างอิงภาพจาก SoraNews
ซึ่งกาชาปองแผนที่จะมีให้เลือก 2 แบบ ที่ไม่ได้สุ่มแค่เส้นทาง แต่ยังสุ่มเวอร์ชันของย่านยาเนะเซ็น ที่ต่างกันในแต่ละช่วงเวลา โดยแผนที่จะมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ แถมยังมี Voucher จากร้านนั้น ๆ ใส่มาให้ด้วย
- เที่ยวกลางวัน (13:00 - 18:00) มักพาไปร้านกาแฟ ร้านงานคราฟต์ ร้านท้องถิ่น จุดเดินเล่นย่านชุมชน
- เที่ยวกลางคืน (17:00-21:00) มักพาไปสถานที่กินดื่มกลางคืน บาร์ ร้านเหล้าต่าง ๆ เส้นทางชมเมืองหลังพระอาทิตย์ตก
มากไปกว่านั้น แผนที่แต่ละใบยังถูกออกแบบให้มีธีมต่างกัน บางเส้นทางชวนเดินขึ้นเนินแล้วแวะบาร์ บางเส้นทางพาไปคาเฟ่เงียบ ๆ หรือร้านงานฝีมือท้องถิ่น จุดหมายไม่ใช่ร้านดังหรือสถานที่ยอดนิยม แต่เป็นร้านและพื้นที่ที่ดำรงอยู่จริงในชีวิตประจำวันของย่าน ซึ่งก็ต้องไปลุ้นเอาหน้างานอีกทีว่าร้านอาจปิด หรืออาจเจอร้านอื่นที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่

อ้างอิงภาพจาก SoraNews
อย่างไรก็ตาม โมเดลของ Yorimichi Map ไม่ได้ชี้ว่าทุกเมืองควรทำแผนที่แจก แต่สะท้อนให้เห็นว่าการทำ City Marketing อาจไม่จำเป็นต้องควบคุมประสบการณ์ทั้งหมด หรือพยายามเล่าเรื่องให้เมืองดูสมบูรณ์แบบเสมอไป เพราะการเว้นพื้นที่ให้ความไม่แน่นอน อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนสร้างเรื่องราวของตัวเองร่วมกับเมืองได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า
ท้ายที่สุดนี้ โปรเจกต์นี้ไม่ได้พาคนไปเที่ยว แต่พาคนกลับมาสร้างความสัมพันธ์กับเมืองอีกครั้ง และในยุคที่ทุกอย่างกลายเป็นคอนเทนต์ บางทีสิ่งที่เมืองต้องการอาจไม่ใช่การถูกพูดถึงให้ดังขึ้น แต่อาจเป็นการถูกใช้เวลาอยู่ด้วยอย่างแท้จริง