ถ้าปัดหน้าจอช่วงนี้ จะเห็นชื่อของ “อบจ.ลำพูน” โผล่ขึ้นมาบ่อยกว่าที่เคย เป็นเพราะ “ปั๊กกะตืนล้านนา” ปฏิทินที่หลายคนชื่นชม ว่าแม้จะราคาผลิตเพียง 14 บาทต่อเล่ม แต่ก็ทำออกมาได้คุณภาพดีและใช้งานได้จริง ด้วยระบบปีที่ชาวล้านนาคุ้นเคย แถมยังตีพิมพ์ด้วยกระดาษคุณภาพดี สีหมึกชัด และมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันสำคัญนั้น ๆ ไว้ชัดเจน
หากมองอีกมุม ปฏิทินล้านนายังถือว่าเป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องเมือง เปรียบเหมือน touchpoint แรกที่เชื่อมเมืองเข้ากับชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ แต่ภาพจำที่กำลังทำหน้าที่เล่าเรื่องลำพูนกับคนนอกได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คือ “น้องขันโต๊ก” มาสคอตไก่ของอบจ.ลำพูน ที่คอยโปรโมทจังหวัดผ่านสื่อต่าง ๆ กระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่
ชื่อน้องขันโต๊ก มาจากคำว่าขันโตก ภาชนะวางสำรับอาหารของชาวเหนือ ส่วนเหตุผลที่เป็นไก่ก็มาจากระกา ปีนักษัตรประจำปีเกิดของพระธาตุหริภุญชัย แต่ที่น่าสนใจก็คือ ชื่อของน้องพ้องเสียงกับคำว่าโต๊กเค่น (Token) เหรียญในโลกดิจิทัล ซึ่งคาแร็กเตอร์น้องขันโต๊กได้ถูกนำมาผู้ช่วยโครงการส่งเสริมการใช้จ่ายและเศรษฐกิจชุมชน เรียกว่า #เปย์ลำพูน คนทั่วไปสามารถเข้าร่วมได้ด้วยการสมัครสมาชิก สร้าง Pay Lamphun Wallet ผ่าน LineOA ของอบจ.ลำพูน

ในโครงการเปย์ลำพูน จะมีโต๊กเค่นทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างนักท่องเที่ยว ผู้ใช้จ่าย และร้านค้าในพื้นที่ เมื่อลูกค้าซื้อของจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ทุก ๆ 20 บาท จะได้รับ 1 โต๊กเค่น โดยลูกค้าสามารถแลกโต๊กเค่นได้ด้วยการอัปโหลดสลิปที่อบจ.ลำพูน LineOA ทำให้การสะสมแต้มไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นได้จริงในยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี
เมื่อสะสมโต๊กเค่นได้ครบตามกำหนด สามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของโครงการเปย์ลำพูน ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด ของที่ระลึกที่มีน้องขันโต๊ก และของรางวัลอีกมากมาย ซึ่งช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภครู้สึกสนุกกับการใช้จ่ายมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าเดิมจะกลับมาใช้บริการซ้ำโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูกขายตรง

ในฝั่งของผู้ประกอบการ ร้านค้าที่เข้าร่วมยังสามารถออกแบบสิทธิพิเศษหรือโปรโมชันของตนเอง เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด ของแถม หรือข้อเสนอเฉพาะร้าน พร้อมทั้งได้รับการสื่อสารผ่านช่องทางของจังหวัด ช่วยให้ร้านเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนการตลาดเพียงลำพัง
ปัจจุบัน มีร้านค้าในจังหวัดลำพูนเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 140 ร้านค้า พร้อมสิทธิที่สามารถแลกได้กว่า 3,000 สิทธิ รวมมูลค่ามากกว่า 2 ล้านบาท สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ใช้จ่ายทั่วไป สามารถเริ่มสะสมโต๊กเค่นได้ตั้งแต่วันนี้ และจะสามารถนำแต้มไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
จึงสามารถกล่าวได้ว่า ปฏิทินล้านนาเป็นจุดตั้งต้นของประสบการณ์เมืองที่ใส่ใจผู้คน ส่วนน้องขันโต๊กและระบบโต๊กเค่นเป็นกลไกที่ช่วยต่อยอดเรื่องราวนั้นไปสู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น ในรูปแบบที่เป็นมิตรและไม่ซับซ้อน
ทั้งหมดนี้ทำให้การเล่าเรื่องของลำพูน ไม่ได้อยู่ในกรอบของการประชาสัมพันธ์แบบเดิม ๆ แต่ขยับมาอยู่ในพื้นที่ของการตลาดเมือง ที่ค่อย ๆ สร้างภาพจำผ่านของใช้ใกล้ตัว คาแรกเตอร์ที่เข้าถึงง่าย และประสบการณ์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง