BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
47
VIEWS

เลิกถามว่า "ทำงานอะไร" แล้วกลับมาถามใจว่า "เราคือใคร" ในโลกยุคใหม่ที่คาดเดาไม่ได้

พ.ค. 23, 2569 N.Rotchana
เมื่อคำถามคลาสสิกที่ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” หรือ “ตอนนี้ทำงานอะไรอยู่” อาจไม่สามารถใช้นิยามความมั่นคงในชีวิตได้อีกต่อไป เพราะความผันผวนและเทคโนโลยีสามารถดิสรัปต์ทุกอย่างได้ชั่วข้ามคืน บทความนี้จะพาไปทบทวนตัวเองและหาคำตอบร่วมกันจากงาน งาน AIS PRESENTS WTF Festival into the world of outliers กับ Session “Future You. เราจะเป็นใครในโลกใหม่ที่สุดผันผวน” โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย
 
[ เมื่อ ‘อาชีพ’ ไม่ใช่คำตอบของคำถามที่ว่า ‘เราคือใคร’ ]
 
หากย้อนเวลากลับไปในอดีต เมื่อเราถูกถามว่า ‘คุณเป็นใคร?’ คนส่วนใหญ่มักจะตอบด้วยชื่อและตามด้วยหน้าที่การงาน เช่น ‘ฉันเป็นครู’ หรือ ‘ผมเป็นวิศวกร’ อาชีพเปรียบเสมือนป้ายชื่อที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เรียนจบไปจนถึงวัยเกษียณ แต่เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิธีที่เราใช้นิยามตัวเองกำลังจะเปลี่ยนไป
 
คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่การถามว่า ‘เราทำงานอะไร’ แต่เป็นการกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘เราคือใคร’
 
ตัวตนของเราจะไม่ถูกกำหนดหรือตีกรอบด้วยงานประจำเพียงงานเดียวอีกต่อไป เราไม่ได้เกิดมาเพื่อสวมหมวกใบเดียวไปตลอดชีวิต คน ๆ หนึ่งสามารถมีบทบาทที่หลากหลายพร้อมกันได้ วันจันทร์ถึงศุกร์คุณอาจเป็นพนักงานธนาคาร ตกเย็นคุณอาจเป็นคนทำบัญชีอิสระ และช่วงวันหยุดคุณอาจสวมบทบาทเป็นเจ้าของธุรกิจออนไลน์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์
 
การมีบทบาทที่หลากหลายนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จากหลายช่องทาง แต่ยังทำให้ Personal Brand ของเรามีมิติที่น่าสนใจและปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเดิม
 
เมื่อเรามีหลายบทบาทและต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองให้โดดเด่นในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูล สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือการหลงลืมความเป็นตัวเอง เราต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘แบรนด์’ ที่เราจงใจแสดงออกให้โลกเห็นเพื่อหน้าที่การงาน กับ ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ที่อยู่ข้างใน
 
บางครั้งภาพลักษณ์ที่เราพรีเซนต์ออกไปอาจเต็มไปด้วยพลังงานและความกระตือรือร้น แต่ตัวตนข้างในของเราอาจต้องการความสงบและการพักผ่อน การรักษาสมดุลและรู้ว่าอะไรคือเปลือกนอก อะไรคือแก่นแท้ จะช่วยไม่ให้เราสูญเสียตัวเองไปตามความคาดหวังของสังคม
 
[ หมดยุคของคำถาม ‘โตขึ้นอยากเป็นอะไร?’ ]
 
เราคุ้นเคยกับการถามเด็ก ๆ ว่า ‘โตขึ้นอยากเป็นอะไร’ และคาดหวังคำตอบที่เป็นชื่ออาชีพที่มั่นคง ซึ่งในความเป็นจริง โลกอนาคตคือโลกที่อาชีพที่เราคุ้นเคยในวันนี้อาจหายไปหรือถูกแทนที่ด้วย AI และเทคโนโลยีใหม่ ๆ การฝากความฝันและตัวตนไว้กับชื่ออาชีพเพียงอย่างเดียวจึงกลายเป็นความเสี่ยง
ภาพของการทำงานในอนาคตจะไม่ใช่กราฟเส้นตรงที่ค่อย ๆ ไต่เต้าจากพนักงานระดับล่างไปสู่ผู้บริหารระดับสูงอีกต่อไป เพราะคนเราจะทำงานหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน มีวงจรชีวิตการทำงานที่หลากหลาย และมีจุดพีคหลายจุดในแต่ละช่วงชีวิต บางช่วงคุณอาจประสบความสำเร็จสุด ๆ ในธุรกิจหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนผ่านไปเรียนรู้และเติบโตในอีกสายงานหนึ่งอย่างสิ้นเชิง
โลกอนาคตจึงไม่ใช่โลกของคนที่ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นโลกของคนที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวตนของฉันมีคุณค่ามากกว่าแค่งานที่ฉันทำ
 
[ ยุคแห่งทักษะ และการลงทุน 3 รูปแบบ ]
 
ปัจจุบันโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Skill Economy อย่างเต็มตัว ยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณทำอาชีพอะไรอีกต่อไป แต่จะอยู่ที่ว่า ‘คุณมีทักษะอะไรติดตัวบ้าง’ เพราะเมื่อโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทักษะเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่สุดที่ทำให้คุณสามารถปรับตัวและเปลี่ยนงานได้ทันท่วงที เปรียบเทียบรูปแบบของการลงทุนออกเป็น 3 ประเภท
 
1. นม เปรียบเป็นความรู้ที่มีประโยชน์และจำเป็นต้องใช้ แต่มี ‘วันหมดอายุ’ และจะอยู่กับเราได้ไม่นานตัวอย่างที่เช่น การเรียนรู้วิธีใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป แพลตฟอร์มเหล่านั้นก็จะถูกอัปเดตและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ความรู้เดิมที่เราเคยมีก็จะหมดอายุลงและใช้ไม่ได้อีกต่อไป เหมือนกับนมที่บูดและหมดอายุตามกาลเวลา
 
2. วอสกี้ เปรียบเป็นทักษะที่ตรงกันข้ามกับนม เพราะยิ่งใช้เวลาบ่มเพาะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี และจะอยู่ติดตัวเราไปได้ยาวนานทักษะกลุ่มนี้เช่น ความอดทน การทำงานเป็นทีม หรือการมีน้ำใจนักกีฬา สิ่งสำคัญคือทักษะประเภทนี้ไม่สามารถเรียนลัดได้ ไม่สามารถเก่งขึ้นได้ชั่วข้ามคืน ต้องอาศัยการฝึกฝนและลงมือปฏิบัติจริงเท่านั้น
 
3. น้ำเปล่า เปรียบเป็นทักษะของการทำความเข้าใจ Self-Awareness หรือการรู้จักตนเอง คือการต้องรู้ว่ากิจกรรมแบบไหนที่เราทำแล้วมีความสุข และอะไรคือสิ่งที่เป็นกำลังใจให้เราเดินหน้าต่อ ซึ่งการจะรู้จักตัวเองได้อย่างถ่องแท้นั้น เราต้องอาศัยคนรอบข้างที่ดีและจริงใจเพื่อให้เป็นกระจกสะท้อนตัวตน และคอยตักเตือนไม่ให้เราหลงลืมตัวตนที่แท้จริงไปนั่นเอง
 
[ หยุดพักเพื่อแยกแยะและฟังเสียงหัวใจตัวเอง ]
 
วันนี้ที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว เรามักถูกค่านิยมของสังคมผลักดันให้ต้องเร่งรีบใช้ชีวิตและแข่งขันกับคนรอบข้างอยู่ตลอดเวลา การใช้ชีวิตด้วยความเร็วเช่นนี้ เปรียบได้กับการเหยียบคันเร่งขับรถบนทางด่วน ซึ่งจริงอยู่ที่มันอาจพาเราพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่มันก็แฝงมาด้วยความเสี่ยงสูงที่เราจะขับเลยจุดเลี้ยวที่สำคัญในชีวิต
 
เราจึงต้องมีการชะลอความเร็ว (Slowing Down) เพราะเมื่อเราอนุญาตให้ตัวเองได้เหยียบเบรกและชะลอความเร็วลงบ้าง เราจะเริ่มมองเห็นมิติอื่น ๆ ของชีวิตที่เคยถูกมองข้าม การลดความเร็วไม่ใช่อาการของคนพ่ายแพ้ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้มองสองข้างทาง ได้มีจังหวะหยุดพักเพื่อทบทวนตัวตน 
 
[ เสียงของตัวเอง VS เสียงของสังคม ]
 
ปัญหาหนึ่งของการใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายคือการมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความคาดหวังดังอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เราสับสนและแยกแยะได้ยากว่าเสียงไหนคือ ‘ความต้องการที่แท้จริงของเรา’ และเสียงไหนคือ ‘สิ่งที่สังคมบอกให้เราเป็น’ ในช่วงแรก เราอาจจะแยกสองเสียงนี้ไม่ออกเลยด้วยซ้ำ และมักจะต้องใช้เวลาผ่านไปสักระยะเพื่อมองย้อนกลับมา จึงจะตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเราวิ่งตามเสียงของใครอยู่
 
สำหรับวิธีคัดกรองเสียงในหัว เพื่อไม่ให้เราหลงทางไปกับเสียงที่บั่นทอนจิตใจนั่นคือการเลือกฟังเฉพาะเสียงที่ทำให้เรามีพลัง เพราะเมื่อไหร่ที่มีเสียงดังขึ้นมาในความคิด ให้ลองตั้งคำถามว่า เสียงนี้ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นไหม? ทำให้เราเป็นคนที่อ่อนโยนต่อโลกมากขึ้นหรือเปล่า? หากคำตอบคือใช่ นั่นคือเสียงที่เราควรเก็บไว้เป็นเข็มทิศชีวิต กลับกันหากเสียงไหนฟังแล้วรู้สึก Toxic บั่นทอนกำลังใจ ทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง หรือหล่อหลอมให้เรากลายเป็นคนที่ใจร้ายขึ้นก็อย่าเก็บเสียงนั้นมาใส่ใจ และปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนลมที่พัดนอกหน้าต่างรถก็พอ
 
[ การรักษาสมดุลระหว่าง ‘ความฝัน’ กับ ‘ความเป็นจริง’ ]
 
การใช้ชีวิตและการทำงาน สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งที่เราอยากทำกับสิ่งที่เราต้องทำ โดยมีประโยคหนึ่งที่น่าสนใจคือ “อย่าเอาแต่ฝัน จนลืมโลกความเป็นจริง และอย่าเอาแต่อยู่ในโลกความเป็นจริงจนลืมฝัน” เพราะบางช่วงเวลาของชีวิต เรามีความจำเป็นที่จะต้องอยู่กับโลกของความเป็นจริงให้ได้ นั่นหมายความว่า บางครั้งเราอาจจะต้องยอมอดทนทำงานในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ชอบหรือไม่ได้หลงใหลนัก เพียงเพื่อการหาเลี้ยงชีพและดูแลตัวเองให้รอด
 
ดังนั้น การทำงานที่ไม่ได้ชอบนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องทิ้งความฝันไปตลอดกาล แต่การอดทนเหล่านั้นมีเป้าหมายที่ชัดเจนซ่อนอยู่ นั่นคือการทำเพื่อสะสมทุน และสะสมทักษะ เมื่อเราทำงานจนถึงจุดหนึ่งที่ทุนและทักษะมีมากพอสมควรแล้ว เมื่อนั้นเราจะเริ่มมีอิสระและมีศักยภาพในการก้าวออกไปทำตามความฝันได้มากขึ้นกว่าเดิม
 
นอกจากการสะสมทุนแล้ว อีกหนึ่งวิธีในการรักษาสมดุลคือการมีอาชีพหรือมีช่องทางรายได้หลายทางไปพร้อม ๆ กัน เช่น การทำงานประจำไปด้วยและทำคอนเทนต์ควบคู่ไปด้วย การทำเช่นนี้เปรียบเหมือนการกระจายความเสี่ยง เพราะหากวันหนึ่งสิ่งที่ลองลงมือทำเกิดล้มเหลวหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เราก็จะยังมีงานประจำรองรับชีวิตของเราอยู่นั่นเอง
 
[ การเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับโลกอนาคต ]
 
สำหรับคำแนะนำที่ฝากถึงคนรุ่นใหม่ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต สิ่งแรกคือขอให้ใจเย็น ๆ เพราะเส้นทางชีวิตของคนเรานั้นไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป
 
หลายคนอาจมองว่าความสำเร็จเป็นเรื่องของดวง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ‘ความโชคดี’ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการเตรียมพร้อมที่เพียงพอเดินทางมาเจอกับ ‘โอกาส’
 
ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องหมั่นเรียนรู้และเตรียมตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ เปรียบเสมือนคนที่เตรียมตัวรอคลื่น หากวันไหนที่คลื่นแห่งโอกาสพัดมาถึง เราก็จะมีความพร้อมที่จะคว้าและขี่คลื่นลูกนั้นได้ทันที นอกจากนี้การฝึกให้ตัวเองมีมุมมองเชิงบวก จะช่วยให้เราเปิดรับและมองเห็นโอกาสที่ซ่อนอยู่ในจุดที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นก็ได้
 
[ 3 ขั้นตอนการเตรียมตัวสู่ตัวตนในโลกใบใหม่ ]
 
1. รู้จักโลก เราต้องคอยติดตามและทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกใหม่ โดยเฉพาะในมิติที่สำคัญอย่างเรื่องของเทคโนโลยี AI, ทิศทางของภูมิรัฐศาสตร์โลก และเรื่องของสุขภาพ
 
2. รู้จักตัวเองและคนรอบข้าง กลับมาสำรวจตัวเองว่าเรามีความถนัดในเรื่องใด ชอบอะไร และต้องแยกแยะให้ได้ว่ากิจกรรมหรือสิ่งไหนที่คอยให้พลังงานกับเรา และสิ่งไหนที่สูบพลังงานของเราไป
 
3. สร้างจินตนาการ เมื่อทำความเข้าใจโลกและเข้าใจตัวเองแล้ว ให้ลองนึกภาพจินตนาการดูว่า ‘เราอยากเป็นใครในโลกใบใหม่นี้’ จากนั้นให้ค่อย ๆ วางแผนเพื่อออกเดินทางจากจุดที่เราอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่เป้าหมายที่เราวาดเอาไว้

เลิกถามว่า "ทำงานอะไร" แล้วกลับมาถามใจว่า "เราคือใคร" ในโลกยุคใหม่ที่คาดเดาไม่ได้

เลิกถามว่า "ทำงานอะไร" แล้วกลับมาถามใจว่า "เราคือใคร" ในโลกยุคใหม่ที่คาดเดาไม่ได้

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

Read More Stories  

Research

รู้จักจีนน้อยไป AI ระดับโลกกำลังคิดแบบปักกิ่ง เมื่อข่าวดีจากทั่วโลกต้องจ่ายเงิน แต่โฆษณาชวนเชื่อจีนให้ฟรี

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact