2.เพิ่มเบเนฟิตในส่วนของสมาชิกที่มีอยู่กว่า 4 ล้านราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโปรโมชั่น การลอนช์สินค้าใหม่ รวมถึงการอัพเกรดไปสู่การเป็นเวอร์ชวล การ์ด เพื่อต่อยอดไปสู่การทำในเรื่องของอี ดาต้า ในสเตปต่อไป
3.โปรโมชั่นที่ถือเป็น 1 ในส่วนสำคัญที่ช่วยสร้าง Store Destination โดยวัตสันมีการทำโปรโมชั่นที่เป็นแม่เหล็กในการดึงคนให้เข้ามาช้อปปิ้งอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะโปรโมชั่นที่เป็นซิกเนเจอร์ อย่างซื้อชิ้นที่ 2 ในราคา 1 บาท หรือโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ 3 ชิ้น ราคาถูกกว่า เป็นต้น
4.ตัวสินค้าที่นำเสนอในร้าน ซึ่งวัตสันมีการสร้างความแตกต่าง ในการนำเสนอสินค้าเพื่อสร้างแรงดึงดูดให้กับการเข้ามาช้อปกับวัตสัน โดยจะมีการทำผ่านทั้งในส่วนที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ และสินค้าที่เป็น Own Brand หรือสินค้าที่เป็นแบรนด์ของวัตสันเอง
วัตสันมีสินค้าที่เป็น Own Brand ประมาณ 12% ของสินค้าที่วางขายในร้านวัตสันที่มีสินค้าประมาณ 5,000 เอสเคยูวางจำหน่าย หากคิดเป็นตัวเลขจะมีประมาณ 770 เอสเคยู โดยวัตสันมีแผนที่จะเพิ่มสินค้า Own Brand อีกอย่างน้อยๆ 150 เอสเคยูในปีนี้
หากนับรวมสินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์เข้าไปด้วย จะมีประมาณ 1,800 เอสเคยู ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก เนื่องจากสินค้าทั้ง 2 กลุ่มนี้ มีเทรนด์การเติบโตค่อนข้างดี ที่สำคัญยังเข้ามาช่วยสร้างความแตกต่างในเชิงกลยุทธ์ให้กับวัตสันได้อีกด้วย