มร.โรเบิร์ต กล่าวแนะนำตัวด้วยบทสนทนาง่ายๆ ว่า การเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพในประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นงานที่ยากที่สุด ตื่นเต้นที่สุด เต็มที่ที่สุดเท่าที่เคยทำงานมาในชีวิตนี้ ไม่ใช่ในแง่ของ Professional แต่เป็นในแง่ของ Personal ด้วย พร้อมกันนี้ยังได้ฉายภาพของกลุ่มยูนิลีเวอร์ทั่วโลกว่า ปัจจุบันยูนิลีเวอร์มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 169,000 คน มีตัวเลขผลประกอบการประมาณ 44 ล้านยูโร มีแบรนด์ทั้งหมด 14 แบรนด์ ที่มียอดขายมากกว่า 1,000 ล้านยูโร
“สิ่งที่ผมตื่นเต้นอยู่เสมอ คือ ในทุกๆ วันจะมีคน 2,500 ล้านคน ใช้สินค้าของยูนิลีเวอร์ เราไม่ได้ต้องการจะชมตัวเอง แต่เราพูดเพื่อเป็นการเตือนตัวเองว่ามันคือความรับผิดชอบของเราว่า ในทุกๆ วันเรามีคนมากถึงขนาดนี้ที่ใช้สินค้าของเรา ที่เขานำโปรดักต์ของเราเข้าไปในบ้านของเขา เพราะฉะนั้นมันเป็นสิ่งที่เราจะต้องให้กลับไปที่สิ่งแวดล้อม กลับไปที่โลกใบนี้
อันนี้เป็นเป้าหมายของเรา เป็นสิ่งที่เราพูดกับนักข่าว และทุกๆ คนทั่วโลกว่า สิ่งที่ต้องการคือ การทำให้วิถีชีวิตที่ยั่งยืนกระจายออกไปให้ได้มากที่สุด เราอยากจะโตในส่วนของธุรกิจ ขณะเดียวกันเราก็ต้องทำให้สังคมดีขึ้นด้วย เราไม่ได้อยากจะโต หรืออยากจะบินคนเดียว อันนี้คือ Strategy ของเราที่เผยแพร่ออกไปสู่สังคม ถ้าดูผลประกอบการของเราก็จะเห็นว่า เราโตอย่างสม่ำเสมอ เป้าหมายของเราต้องการโตเป็น 2 เท่า ของไซส์ธุรกิจในปัจจุบันนี้ ในขณะที่เราต้องลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมลงครึ่งหนึ่ง”
เป้าหมายของยูนิลีเวอร์นั้นมี 3 ภารกิจหลักด้วยกัน คือ
1. ช่วยเหลือคนมากกว่า 1,000 ล้านคน ให้มีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
2. ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลงให้ได้ครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน
3. ทำให้ความเป็นอยู่ของคนดีขึ้นไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจขององค์กร
สำหรับประเทศไทย ยูนิลีเวอร์เข้ามาธุรกิจอย่างจริงจังในปี 1932 ในสมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงวันนี้ก็มีอายุครบ 85 ปีแล้ว โดยธุรกิจของยูนิลีเวอร์ประเทศไทย นั้นยอดขายประมาณ 40% เป็นสินค้าเกี่ยวกับความงามและของใช้ส่วนตัว ประมาณ 40% เป็นของใช้ในบ้าน และอีก 20% เป็นอาหารและไอศกรีม ซึ่งเป็นถือเป็นการบาลานซ์ Portfolio ที่ดีมาก
ทุกวันนี้ ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย มีแบรนด์ที่ครองยอดขายเป็นอันดับ 1 ในทั้งหมด 7 กลุ่มสินค้า นอกจากนี้แล้วยังมีส่วนธุรกิจอื่นๆ อีก 2 ธุรกิจ คือ ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ เป็นธุรกิจที่เซอร์วิสกลุ่มโฮเรก้า ร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร และอีกธุรกิจหนึ่ง คือ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค เป็นผลิตภัณฑ์ขายตรง
“สำหรับผมแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญมากๆ สินค้าเราอยู่ใน 22.4 ล้านครัวเรือนในประเทศไทย คิดเป็น 99.2% ของครัวเรือนในเมืองไทย ซึ่งผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอีก 0.8% ของบ้าน เหล่านั้นอยู่ตรงไหนบ้าง เพราะยังไม่เคยเห็นว่าบ้านไหนไม่มีผลิตภัณฑ์ของเราเลย โดยเฉลี่ยคนใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์ 3 ครั้งต่อวัน
ผลที่ดีที่สุด คือเรื่องของการซื้อซ้ำ เมื่อเราเข้าไปในบ้านของเขาได้ และยังสามารถเข้าต่อไปได้อีก ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ เราอยู่ในบ้านคนไทย 99% และ 99% ของบ้านเหล่านี้มาซื้อซ้ำ แปลว่าเราทำให้คนเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราส่งให้เขามีคุณค่าจริงๆ”