กลายเป็นผู้เล่นที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับตลาดบัตรเครดิตในบ้านเราไปแล้ว สำหรับผู้เล่นที่เป็นแบงก์เล็กอย่างยูโอบี ที่ไม่เพียงแค่การเติบโตในแง่การใช้จ่ายที่สามารถทำตัวเลขเติบโตได้มากกว่าการเติบโตในภาพรวมของตลาดถึง 2 เท่า แต่ยูโอบียังสามารถขยายฐานเข้าไปเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
หากไล่เลียงความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น จะมาจากกลยุทธ์หลัก คือ
1.การปรับในเรื่องสิทธิประโยชน์จากการใช้บัตรให้มีมากกว่า แถมเป็นสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้ารับได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ซึ่งตรงกับความต้องการของลูกค้าที่เป็นคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรที่ได้ทันที
2.การใช้กลยุทธ์ “ไลฟ์สไตล์ เซ็กเม้นต์” ที่เข้าไปเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่มแบบลงลึกถึงไลฟ์สไตล์ โดยเลือกเซ็กเม้นต์ไปที่กลุ่มที่มีโอกาสในการใช้บัตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ บัตรเครดิตยูโอบี โยโล่ แพลทินัม ที่เจาะกลุ่มเจนวาย หรือบัตรยูโอบี เลดี้ มาสเตอร์การ์ด แพลทินัม เจาะผู้หญิงทำงานยุคใหม่ที่ฉีกมุมไปจากการเซ็กเม้นต์ในรูปแบบเดิมๆ ตามรายได้ของลูกค้า
3.การสื่อสารการตลาดที่เลือกใช้ดาราดังอย่างชาคริต แย้มนาม และมิว นิษฐา เข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ทำมากกว่าแค่การโฆษณา แต่นำมาเชื่อมโยงกับกิจกรรมต่างๆ ที่ทำออกมา ซึ่งเป็นอีกแนวทางที่ฉีกรูปแบบไปจากการทำตลาดบัตรเครดิตที่เคยมีมา
“โจทย์ใหญ่ของการทำตลาดบัตรเครดิตของยูโอบีก็คือ จะทำอย่างไรให้เขาเลือกบัตรเครดิตของเราเป็นบัตรที่ใช้จ่ายประจำ สิ่งที่ยูโอบีทำก็คือ การส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างความ Wow ให้กับพวกเขา เพื่อที่จะทำให้เขารู้สึกประทับใจที่ไม่เพียงที่จะช่วยในแง่ของการเติบโตในธุรกิจบัตรเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขาประทับใจในภาพรวมของธนาคารยูโอบี และจากประสบการณ์ที่ดีนี้จะส่งต่อมายังการใช้ผลิตภัณฑ์การเงินตัวอื่นๆ ในอนาคต โดยเรามองว่า บัตรเครดิต เป็นผลิตภัณฑ์การเงินที่ลูกค้าใช้ประจำ เมื่อเกิดความประทับใจ ก็จะสามารถส่งต่อมายังภาพรวมของธนาคารยูโอบีได้ไม่ยากนัก” ธีรวัฒน์ ตรีรัตน์ดิลกกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี กล่าว
ตลาดบัตรเครดิตในบ้านเราแล้ว มีตัวเลขบัตรเครดิตรวมทั้งตลาดอยู่ที่ 23 ล้านใบ ขณะที่มีคนถือบัตรอยู่ที่ 6 ล้านคน นั่นก็หมายความว่า ผู้บริโภคในตลาดนี้ถือบัตรเครดิตเฉลี่ยคนละ 3 – 4 ใบ การทำตลาดของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง จึงไม่ได้มุ่งไปที่แค่การเพิ่มตัวเลขคนถือบัตรใหม่เท่านั้น แต่ยังมองถึงการเป็นบัตรใบแรกที่ผู้บริโภคเลือกใช้เป็นประจำ
การทำตลาดจึงมุ่งไปที่การนำเสนอสิทธิประโยชน์ในการใช้บัตรที่เหนือกว่า โดยเฉพาะแนวทางในการตอบโจทย์ที่ Beyond Expectation ของลูกค้า ซึ่งกลายเป็นแนวทางในการทำตลาดของบัตรเครดิตยูโอบีที่ยึดมาตลอดในช่วงที่กลับมารุกตลาดอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2015 ที่ผ่านมา
ในปีแรกจะเน้นในเรื่องของการปรับสิทธิประโยชน์พื้นฐาน โดยเฉพาะในมุมของใช้ง่ายจ่ายสะดวก ก่อนที่จะมาทำในเรื่องของการขยายสิทธิประโยชน์ในมุมที่แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาด อย่างการทำแคมเปญ “Friday Surprise” ที่เป็นการจับเอาไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบสังสรรค์ในช่วงวันศุกร์ มาทำเป็นแคมเปญมอบส่วนลดร้านอาหารต่างๆ ถึง 50%
แคมเปญดังกล่าวมีการใช้ดาราดังอย่าง ชาคริต แย้มนาม พระเอกคนดังมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการทำเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ดีแล้ว ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี
ส่วนในปีนี้จะเป็นปีที่เน้นการออกบัตรใหม่ที่ยังคงเน้นในเรื่องของไลฟ์สไตล์เซ็กเม้นต์ รวมถึงการทำในเรื่องของการขยายพันธมิตรที่จะมีการออกบัตร โค แบรนด์ ตามมาในเร็วๆ นี้ โดยบัตรเครดิต ยูโอบี เลดี้ มาสเตอร์การ์ด แพลทินัม ที่เปิดตัวใหม่นี้ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 ต่อจาก บัตรเครดิตเลดี้ การ์ดโกลด์ และซิลเวอร์ ที่ออกในปี 2005 และบัตรเลดี้การ์ด แพลทินัม ที่ออกในปี 2010 ส่วนบัตรยูโอบี เลดี้ มาสเตอร์การ์ด แพลทินัม จะมีการดีไซน์ที่ดูกิ๊บเก๋ และสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้หญิงทำงานยุคใหม่โดยดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกอย่าง Viveinne Tam ยูโอบีตั้งเป้าเพิ่มผู้ถือบัตรใหม่ในช่วง 12 เดือนแรกของการเปิดตัวไว้ที่ 5 หมื่นใบ จากฐานเดิมที่มีผู้ถือบัตรเครดิตเลดี้การ์ดประมาณ 2 แสนราย
ทั้งหมดนั้น จะช่วยผลักดันให้บัตรเครดิตยูโอบี เป็นทางเลือกแรกๆ ที่จะถูกหยิบมาเป็นบัตรเครดิตใบแรกๆ ของลูกค้า....