วันนี้อินเตอร์เน็ตเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการดำเนินชีวิต และกำลังจะขยายบทบาทมากขึ้นไปอีก จากการเกิดขึ้นของ Internet of Things หรือ IoT ที่หลายอุตสาหกรรมทั่วโลก กำลังตื่นตัวและให้ความสนใจ นำศักยภาพของนวัตกรรมนี้มา สร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจ และพัฒนาการบริหารจัดการภายในองค์กร
หากจะพูดให้เห็นภาพมากขึ้น จากเดิมเราเคยใช้อินเตอร์เชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่วันนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใดใด ก็สามารถเชื่อมถึงกันได้ด้วยอินเตอร์เน็ต อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ สิ่งปลูกสร้าง โดยติดตั้งอุปกรณ์ IoT มีการทำงานผ่านเซ็นเซอร์ สามารถแสดงผลและควบคุมผ่านซอฟท์แวร์ที่พัฒนาเพื่ออุปกรณ์เล่านั้นโดยเฉพาะ จึงทำให้สิ่งของทั้งหมดสามารถสื่อสารกับผู้ใช้อย่างเราๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ และที่สำคัญพวกมันยังสื่อสารกันเองได้ด้วย
เอไอเอส ได้มองเห็นถึงโอกาสและการต่อยอดความฉลาดของเทคโนโลยีนี้ เข้ามาปรับใช้กับธุรกิจของเอไอเอสเอง โดยต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านผู้นำนวัตกรรม IoT อันดับ 1 ของไทย ด้วยโครงข่าย NB-IoT เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกของประเทศไทย ครอบคลุมทั่วประเทศ
สิ่งที่การันตีความสำเร็จให้กับเอไอเอส คือการมีองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ให้ความไว้วางใจใช้บริการ IoT โซลูชั่นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เอไอเอสได้ผนึกกำลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันพัฒนานวัตกรรม IoT เพื่อยกระดับสู่มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ - TU Smart City ด้วยขีดความสามารถของเทคโนโลยีจากเครือข่าย AIS NB-IoT, อุปกรณ์ IoT และ IoT แพลตฟอร์ม แบบครบวงจร
ยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า “ วันนี้เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไว้วางใจเลือกใช้โซลูชั่น IoT จากเอไอเอส เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “TU Smart City” โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ ยกระดับการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอไอเอสได้คัดสรรนวัตกรรมดิจิทัลที่กำลังเป็นเทรนด์ของโลก อย่าง Internet of Things หรือ IoT มาให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว โดยนำศักยภาพเครือข่าย NB IoT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศแล้วมาผสมผสานกับอุปกรณ์ NB IoT ที่ใช้พลังงานต่ำ แต่สามารถสื่อสารกับเครือข่ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้อุปกรณ์นั้นจะอยู่ในพื้นที่ปิด พร้อมด้วยการพัฒนาโซลูชั่น IoT รวมถึงแพลตฟอร์มที่รองรับการให้บริการ IoT”