ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า“SC วางแผนยุทธศาสตร์เชิงรุก สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในยุค 4.0 ยุคแห่ง Connectivityที่โลกเชื่อมต่อกันทั้งหมดด้วยระบบดิจิตอล เรามีแผนการเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี โดยตั้งเป้าหมายในปี 2562 ทำรายได้เกิน 20,000 ล้านบาท ด้วยแผนยุทธศาสตร์ 4 ข้อคือ
1. top-line growth : แผนยุทธศาสตร์เชิงรุก พัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกระดับราคา รักษาฐานผู้นำส่วนแบ่งตลาดของกลุ่ม high-endและรุกขยายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของกลุ่ม mass
2. human-centric innovation : ผสานนวัตกรรมพัฒนา "บ้านรู้ใจ" ในทุกระดับราคา เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกยุค 4.0
3. top quality : รักษามาตรฐานคุณภาพทั้งสินค้าและบริการ
4. lean : ปรับ process ทั้งภายในและภายนอกให้เป็นระบบ digitization เพื่อความแม่นยำและคล่องตัว และมีการปรับโครงสร้างองค์กรสำหรับยุค 4.0
ปัจจัยสำคัญสำหรับปี 2560 ภายใต้นโยบายใหม่ของสหรัฐอเมริกาที่มีประธานาธิบดีคนใหม่ จะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกทั้งหมด และจะมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยทั้งในระยะกลางและระยะยาว ซึ่งมุมมองระยะสั้นสำหรับปีนี้ มี 2 เรื่องสำคัญที่ต้องจับตามอง คือ 1. หนี้ครัวเรือนเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงมาก แต่ยังมีสัดส่วนต่อ GDP ที่สูงอยู่ และ 2. อัตราการปฏิเสธให้สินเชื่อจากธนาคาร (bank rejection) และhousing NPL ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น ทั้ง 2 เรื่องเป็นความท้าทายต่อการเติบโตของธุรกิจอสังหาฯในปีนี้ อย่างไรก็ตามคาดการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะเติบโตมากกว่า 5% ด้วย GDP ของประเทศไทยยังมีการเติบโตมากกว่า 3% ต่อปี นอกจากนี้กำลังซื้อของกลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 3 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีความแข็งแรงอยู่”
โดยในปี 2560 SC มีเป้าหมายรายได้ 14,800 ล้านบาทและยอดขาย 16,000 ล้านบาทเติบโต 38% พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ ทั้งหมด17 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 27,000 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 14,000 ล้านบาทแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 4 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ส่วนครึ่งปีหลังเปิด11 โครงการ เป็นโครงการแนวราบ มูลค่ารวม 13,000 ล้านบาทในส่วนอาคารสำนักงานแห่งใหม่ SC Tower ที่ได้รับความสำเร็จปัจจุบันมียอดจองครบ 100 % เรียบร้อยแล้วและพร้อมเปิดดำเนินการในปลายไตรมาส 1 นี้
“ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงเร็วอย่างไร SC พร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งปริมาณควบคู่ไปกับคุณภาพ” ณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย