‘‘จากแนวทางและหลักการดำเนินธุรกิจของ Enrich ที่กล่าวมา ทำให้เราต้องติดตามแนวโน้มของตลาดตลอดจนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงการให้เหมาะสมตรงกับการอยู่อาศัยที่แท้จริง จะเห็นได้จากการพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวอย่างต่อเนื่องของ Enrich ที่พัฒนามาเพื่อตอบรับความนิยมในการเลือกซื้อบ้านของคนในปัจจุบัน หรือแม้แต่การพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานในบ้านที่ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเท่านั้น แต่ยังพัฒนาบ้านด้วยแนวคิดแบบ Senior-friendly ด้วย เพราะ ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวนี้ เกิดจากความใส่ใจและรับฟังความต้องการของผู้บริโภคของเราอย่างแท้จริง’’ คุณสุพิชา กล่าว
นอกจากการพัฒนาโครงการแล้วนั้น การสื่อสารก็เป็นสิ่งที่ Enrich ให้ความสำคัญเช่นกัน จะเห็นได้ว่าแต่ละโครงการของ Enrich ไม่เน้นการใช้สื่อ Above The Line เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในปัจจุบัน นิยมใช้สื่อออนไลน์เป็นหลัก Social Media จึงเป็นช่องทางการสื่อสารหลักของแต่ละโครงการของ Enrich ซึ่งเป็นการสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมายหลักได้อย่างตรงจุด และเกิดการแชร์ได้ง่าย
คุณสุพิชา เสริมว่า ‘‘การสื่อสารเป็นสิ่งที่ทาง Enrich ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่องทางในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ด้วยพฤติกรรมในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมักจะใช้สื่อออนไลน์ในการหาข้อมูล เปรียบเทียบตลอดจนพูดคุย-สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทำให้เราเน้นการใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อช่วยให้ข้อมูลและประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆของเราไปยังกลุ่มเป้าหมาย อย่างโครงการ KUUN ซึ่งเป็นโครงการล่าสุดที่ทาง Enrich ร่วมทุนกับ Ace Estate ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน เราก็ใช้สื่อ Social Media ในการให้ประชาสัมพันธ์โครงการรวมไปถึงสร้างคอนเทนต์ที่มีประโยชน์แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น’’