“ทุกวันนี้สิ่งที่เอชพีแตกต่างและนำเสนอสู่ผู้บริโภค คือการให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์กับแบรนด์ เรานำโปรดักต์ไปหาลูกค้าถึงที่ และพิสูจน์กับตาตัวเองว่าสินค้าเป็นอย่างไร ใช้งานอย่างไร ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเขาหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เอชพีนำเสนอนอกเหนือจาก Storytelling ที่เราเสนอให้ผู้บริโภคได้เห็นจากทีวี และการให้ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย ถือเป็นการสื่อสารแบบ 360 องศา ทั้งยังนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้บริโภคนำกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสื่อสารต่อไป
ปีนี้เอชพีตั้งเป้าเติบโตและสร้างแบรนด์ไปในทิศทางที่ต้องการให้เครื่องพิมพ์เอชพีเป็นแบรนด์ที่จับต้องได้ เข้าถึงผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด และการสื่อสารจะเป็นแบบ Two-Way Communication ยกตัวอย่างเช่น Mobile Truck ที่นำเครื่องพิมพ์อิงค์แทงค์ออกไปโร้ดโชว์ทั่วประเทศให้ลูกค้าได้ลองเล่น ลองใช้งานจริง ในขณะที่เราสื่อสารออกไปว่าสินค้าเราเป็นอย่างไร เราก็ยังได้ฟีดแบ็คจากลูกค้าเพื่อไปพัฒนาสินค้าและกลยุทธอื่นๆให้ตอบโจทย์ต่อไปในอนาคต อย่างที่บอกว่าเราเป็นบริษัทที่พัฒนาสินค้าจากความใส่ใจกับความต้องการของผู้บริโภค เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์และจุดมุ่งหมายของเราต่อจากนี้”
สิ่งที่เอชพีมองไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันกับคู่แข่งที่ไหน แต่สิ่งที่ต้องแข่งขันคือแข่งขันกับตัวเองและแข่งกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าไปทำความเข้าใจผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญและเป็นเป้าหมายหลักที่เอชพีต้องพยายามทำให้ดียิ่งๆขึ้น เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน