อย่างไรก็ตาม นอกจากมิติเรื่องดิจิตอล ก็มีเหตุผลอื่นๆ สำหรับการเปิดสาขาเพิ่ม
ปัจจัยแรก Hingston กล่าวว่า ในฮ่องกง ข้อมูลสำคัญ คือ จำนวนลูกค้าที่ยังใช้บริการที่สาขาอยู่มีสูง และประสิทธิผลของสาขาก็มีสูง ต่างจากในประเทศอื่น ๆ ที่ประสิทธิผลต่ำกว่ามาก
ปัจจัยที่ 2 เป็นผลจากความแข็งแกร่งของธุรกิจด้านการบริหารสินทรัพย์ การนำเสนอช่องทางการลงทุนที่หลากหลาย เหมาะกับทุกกลุ่มลูกค้า โดยองค์ประกอบที่ทำให้ลูกค้าในฮ่องกงรับคำปรึกษาด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง มาจากการที่มูลค่าบ้านและที่ดินมีราคาสูงสามารถนำมาเป็นหลักประกันในการลงทุนได้ ทำให้ธนาคารยังคงต้องเปิดสาขา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าต่อไป
"ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในฮ่องกงมีขนาดใหญ่กว่าที่อื่นๆมาก และถ้าธนาคารใดปิดสาขา ก็จะสูญเสียส่วนนี้ไป ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว เป็นมูลค่าที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อกิจการ” Keith Pogson หุ้นส่วนอาวุโสฝ่ายบริการทางการเงินของ EY กล่าว
ปัจจัยที่ 3 พฤติกรรมของลูกค้า ทั้งนี้ ในฮ่องกง ลูกค้าเลือกใช้ธนาคารโดยเน้นความสะดวกในการเดินทาง ซึ่งโดยปกติอยู่ใกล้ที่ทำงาน แทนที่จะเลือกสาขาใกล้บ้าน และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเปิดสาขามากขึ้น
ปัจจัยที่ 4 หน่วยงานผู้ควบคุมการธนาคารของฮ่องกง ยังกระตือรือร้นที่จะให้ธนาคารเปิดสาขาอยู่ ในอนาคตอันใกล้มี Retail Bank 5 แห่ง มีแผนเปิดสาขาประมาณ 10 แห่ง และจะเปิดสาขาเคลื่อนที่ ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เพื่อให้บริการด้านธนาคารขั้นพื้นฐานแก่ผู้อาศัยในพื้นที่ห่างไกล และโครงการประชารัฐ
ปัจจัยที่ 5 สาขาของธนาคารในฮ่องกง เริ่มเปลี่ยนแปลงด้วย
"มีสาขาจำนวนมาก กำลังขายบริการเพิ่มอื่นๆ ให้ลูกค้า ไม่ใช่แค่การทำธุรกรรมเท่านั้น" Pogson กล่าว
"นั่นหมายความว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในกระบวนการจ้างเพื่อทำงานในสาขาด้วย เพราะธนาคารต้องเน้นหาพนักงานสาขาที่มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อให้บริการได้หลากหลายมากขึ้น"
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งบ่งชี้ว่า ธนาคารหลายแห่งกำลังปรับการเสนอขาย และมีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง ออกแบบสาขาเป็นดิจิตอลทั้งหมด การปรับเปลี่ยนข้างต้น อาจหมายถึงการต้องปิดสาขา หรือชั่งน้ำหนักว่า อะไรเหมาะกว่ากัน
โฆษกของ Bank of China Hong Kong กล่าวว่า ธนาคารจะเดินหน้าต่อไป ในการสำรวจความเป็นไปได้ของการใช้รูปแบบช่องทางการจัดส่งบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เปรียบเทียบกับการปรับโครงสร้างสาขา เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายจากธนาคาร มากกว่าการใช้บริการแบบเดิมๆ
ขณะที่ผู้บริโภคในฮ่องกงค่อยๆ เรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ มากขึ้น บวกกับเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธนาคารปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น จังหวะก้าวของการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่ อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าในอดีตอย่างมากก็เป็นได้