ธนา กล่าวต่อไปว่า ครึ่งปีหลัง 2561 ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งขยายฐานลูกค้า SCB EASY เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ และไม่เคยทำธุรกรรมกับธนาคารมาก่อน (New to Bank) ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ EASY E-KYC (Electronic Know Your Customer) หรือกระบวนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้า ด้วยการนำระบบการระบุตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งาน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาที่สาขา หรือพบกับเจ้าหน้าที่แบบตัวต่อตัว (face-to-face) แบบเดิมอีกต่อไป โดยมีจุดประสงค์ในการลดเวลาในการดำเนินงานและกระดาษในการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ
นับเป็นธนาคารแรกในประเทศไทยที่เปิดให้บริการ “เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ทโฟน” ซึ่งฟีเจอร์ใหม่นี้ได้นำเทคโนโลยี E-KYC ผ่าน Biometric ในการเก็บอัตลักษณ์ใบหน้า (Facial recognition) มาประยุกต์ใช้กับโมบายแบงกิ้งแอพพลิเคชั่น นับเป็นครั้งแรกของการเปิดบัญชีบนดิจิทัลแพลตฟอร์ม ที่สะดวก ปลอดภัย สามารถทำได้ตัวเอง และสามารถใช้บริการนี้ได้ตามเวลาที่ธนาคารกำหนด คือ ระหว่างเวลา 07.00 น. ถึง 22.30 น.
ขั้นตอนการเปิดบัญชี เริ่มจากการดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน SCB EASY ตามด้วยการลงทะเบียนใช้บริการผ่านบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือเดินทาง พร้อมกรอกข้อมูลส่วนตัว
สำหรับผู้ไม่เคยเป็นลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์มาก่อน กดฟังก์ชั่น เปิดบัญชีใหม่กับ SCB สแกนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง พร้อมสแกนใบหน้าผู้ขอเปิดบัญชีเพื่อยืนยันตัวตน
เมื่อถึงกระบวนการนี้ แอพจะตรวจสอบซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า เป็นตัวตนจริง ไม่ใช่ bot (หุ่นยนต์) ด้วยการให้ทำท่าทางต่างๆ เช่น หลับตาข้างเดียว เอียงศีรษะไปทางใดทางหนึ่ง ฯลฯ โดยมีวิธีตรวจสอบหลายสิบ วิธี จากนั้นจึงกรอกข้อมูลส่วนตัว กดยืนยันผ่านรหัส OTP การเปิดบัญชี EASY E-KYC จึงเสร็จสมบูรณ์โดยในช่วงแรก ฟีเจอร์ใหม่จากเทคโนโลยี E-KYC รองรับเฉพาะโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีการอ่าน NFC ได้ หรือแอนดรอยด์ 5.1 ขึ้นไป และอยู่ใน Regulatory Sandbox ของทางธนาคารแห่งประเทศไทย รูปแบบการให้บริการจึงยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการ เช่น ฝากเงินได้สูงสุด 100,000 บาทต่อบัญชี
ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสาย Digital Banking ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน ธนาคารไทยพาณิชย์ มีลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารประมาณ 14 ล้านราย ในจำนวนนี้ มีลูกค้าที่ทำธุรกรรมเป็นประจำกับธนาคารประมาณ 9-10 ล้านราย