Q: แต่ถึงอย่างไรความต้องการของลูกค้าก็ยังมีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม
A: ซึ่งหากเรามาดูข้อมูล มีบางกลุ่มที่ใช้งานเราอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สมัครรายเดือน เราก็จะพยายามชี้แจงให้ลูกค้ามองเห็นถึงความคุ้มค่าต่างๆ ที่มากกว่า แต่ปัญหาหลักคือ ความไม่มั่นใจ หรือไม่ชัดเจนไม่แน่นอนว่าถ้าสมัครไปแล้วจะเป็นไปตามความต้องการหรือไม่ แต่ถ้าหากแพกเกจดีไซน์เราทำออกมาได้ดี หรือให้อิสระลูกค้าในการเลือกระยะเวลาในการตัดรอบบิลได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงต้องการการ Educated ให้ลูกค้าด้วย เพราะยังมีบางส่วนที่ยังไม่เข้าใจอยู่
หากมาดูรายละเอียดจะพบว่า 1GB ของ prepaid และ 1GB ของ postpaid ราคาต่างกันมากเกือบเท่าตัว ทำให้เราพยายามเชิญชวนให้ลูกค้าที่ชื่นชอบการใช้อินเตอร์เน็ตอยู่แล้วมาสมัครรายเดือนกันมากขึ้น เพราะว่ามีความคุ้มค่ามากกว่า และทำให้เราสามารถวางแผนเน็ตเวิร์กสำหรับการใช้งานได้ดีกว่า ขณะที่ฝั่งพรีเพด คอมมิทเม้นต์จะสูงมากกว่าเพราะจ่ายเงินไปก่อนแล้ว แต่เมื่อมาดูระยะเวลาที่ยางนานขึ้นจะพบว่ายังไม่มีคอมมิทเม้นต์เกิดขึ้น
การใช้งานของลูกค้าส่วนใหญ่ยังหลากหลาย ไปตามโปรโมชั่นที่มี โดยสัดส่วนกลุ่มรายเดือนที่ใช้งานต่อเนื่องมากกว่า 1 ปีจะอยู่ที่ประมาณ 20-30% ของลูกค้าใหม่ ส่วนพรีเพดจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน ในกลุ่มลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าเก่าก็จะใช้งานอย่างต่อเนื่อง แต่ลูกค้าใหม่จะมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างสั้น ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับการทำธุรกิจมากนัก และทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีโปรดักชั่นซิมเติมเงินประมาณ 10 ล้านเลขหมาย ซึ่งยังเป็น Over Competition และ Over Investment อยู่ ยังคงต้องใช้เวลาให้ลูกค้าเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่จะยังขอบเปลี่ยนโปร เปลี่ยนซิม 2-3 เดือนเปลี่ยนครั้งหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อว่า ต้องซื้อซิมใหม่ถึงจะได้โปรถูก โดยการจะสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มแมสของลูกค้าเติมเงิน ยิ่งทำได้ยากเพราะสวนใหญ่จะไม่ค่อยเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ต้องทำการ Re-education กันนานพอสมควร
Q: ทำให้ความต่อเนื่องของการศึกษาพฤติกรรมลูกค้ายิ่งต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
อีกหนึ่งมุมมอง เบอร์โทรศัพท์ก็เป็นอีกหนึ่ง Asset ที่จะอยู่ติดตัวเราไปตลอด ทำให้บางคนชอบหาเบอร์เรียง เบอร์ตอง เพราะมันมี Consumer Demand อยู่ บางคนใช้ความพยายามค่อนข้างมากในการมองหาเบอร์ที่ถูกใจ บางครั้งจะเห็นคนมายืนมองโปสเตอร์แจ้งเบอร์ที่อยู่หน้าร้านอย่างตั้งใจ ทำให้เราพัฒนาระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถจองเบอร์ หาเบอร์ที่ต้องการได้อย่างสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถระบุเบอร์ ระบุตำแหน่งแต่ละเลขก่อนจะประมวลผลตามที่ต้องการออกมาให้ได้ ก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่เราพบจากพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทย เราเปลี่ยนจากการที่คนมานั่งบวกผลรวมของเลข หรือมานั่งค้นเบอร์ที่ต้องการจากตะกร้าซิม มาเป็นจากเสิร์ชหาจากระบบ โดยหลายๆ เลขทึ่คนชอบ เช่น 8 คนจีนจะชอบ 9 คนทั่วๆ ไปจะชอบ แต่บางคนก็จะชอบเลขที่ไม่เหมือนใคร เพราะเลขที่คนชอบก็จะมีราคาแพง แต่ละคนก้จะมีความเชื่อมีแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป หรือความเชื่อของแต่ละคน
Q: การปรับวิธีคิด วิธีการทำงาน ต้องรื้อใหม่หมด
A: ในการเพิ่มเติมสิ่งใหม่สำหรับบริการภายในศูนย์เพื่อเป็นการทรานส์ฟอร์มตัวเอง เพื่อให้ดีแทคสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ Digital ซึ่งจะเป็น Core ในการทำงานจริงๆ โดยเราจะโฟกัสอยู่ในระบบการทำงานจริงๆ ไม่ใช่การแสดงให้เห็นผานเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่มีภายในศูนย์ หรืออุปกรณ์ทำงานของพนักงาน แต่จะอยู่ในระบบทำงานจริงๆ ของเรา เป็นการรื้อการทำงานหลังบ้านให้ดีให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากที่สุด
ขณะที่พฤติกรรมในการจ่ายบิล ที่ผูกการจ่ายแบบประจำผ่านบัตรเครดิตหรือเอทีเอ็มยังมีน้อยมาก สะท้อนว่าลูกค้ายังไม่มีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองต้องจ่ายยังไม่มากพอ รวมทั้งการเชื่อในเทคโนโลยี ทำให้ Payment Solution ยังไม่คุ้มทุนมากพอ เพราะคนยังชอบไปจ่ายตามเคาน์เตอร์เซอร์วิส แม้จะโดนชาร์จเพิ่มก็ยังรับได้ หรืออาจจะป้องกันสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเน็ตรั่ว ที่ก่อนหน้านี้หลายคนเจอปัญหา ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นปัญหาที่คนทั้งโลกเจอ ทำให้ดีแทคมีการกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายสำหรับควบคุมค่าโทรศัพท์สูงสุดไว้
Q: การตัดสินใจซื้อ หรือเลือกค่ายมือถือสุดท้ายแล้ว ยังคงเกี่ยวข้องกับสัญญาณเครือข่าย และความคุ้มค่าของการจัดโปรโมรชั่น
A: สำหรับโปรโมชั่นล่าสุดที่เราออกมา เราตั้งใจให้ลูกค้าคุ้มค่ามากที่สุด โดยดูจากพฤติกรรมในการใช้งานที่ตอนนี้การใช้วอยซ์น้อยลง ส่วนใหญ่จะใช้ไลน์ ใช้แฟสบุ้ค แต่คนบางกลุ่มที่ยังต้องใช้ว้อยซ์มาก ก็ยังคงมีอยู่ ยังมีพ่อค้า แม่ค้า คนที่ทำธุรกิจ หรือคนที่ยังต้องการที่จะคุยกันอยู่ หรือการคุยกับคนในครอบครัว ทำให้ดีแทคพัฒนาโปรใหม่ขึ้นมา โดยดีไซน์แพกเกจที่ป้องกันเน็ตรั่ว ทำให้สามารถใช้เน็ตได้ตลอดเวลาแต่อาจจะลดสปีดลง สองคือ เวลาที่ซื้อแพกเกจจะสามารถระบุความเร็วไว้ได้ เพราะหลายรายเคลมสปีด 4G ที่ 80 MG แต่เวลาใช้งานจริงไม่เป็นตามนี้ โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกสปีดความเร็วตามการใช้งาน โดยที่สปีดความเร็วจะไม่ลดลงตลอดการใช้งาน และสุดท้ายที่คุ้มค่ามากคือ สามารถโทรหาเบอร์ภายในเครือข่ายเดียวกันได้ฟรี ทั้งเดือน ทั้ง 25 ล้านเบอร์ของดีแทคที่มีอยู่ สามารถโปรหากันได้ฟรี
ตอนนี้ลูกค้าหลายคนมีหลายเบอร์ บางครั้งจะใช้เน็ตอย่างเดียว ทำให้ไม่ค่อยสนใจค่าย เพราะต้องการซื้อมาเพื่อใส่แท็บเล็ต เพื่อให้เล่นเน็ตได้เพียงอย่างเดียว แต่หากจะเลือกเบอร์หลักเพื่อเป็นเบอร์ประจำตัวในการติดต่อหรือให้คนโทรกลับ มากกว่าแค่จะหาเบอร์ที่ฉาบฉวยเพื่อใช้งานแบบเฉพาะครั้งคราว โดยแพกเกจโนลิมิต ที่ลอนช์ไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบันถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร แต่เราเองก็ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก
ตอนนี้คนทั่วไป เวลาไปต่างประเทศก็เริ่มโทรผ่านไวไฟคอลลิ่งของดีแทคกันมากขึ้น โดยเราคิดแบบอันล็อก เพราะไม่ต้องหาพันธมิตรในทุกๆ ประเทศ ที่ลูกค้าเดินทางไป แต่การใช้ไวไฟ ทำให้สามารถใช้ได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงแค่ต่างประเทศ แม้แต่ในประเทศในบางพื้นที่ที่อาจจะสัญญานไปไม่ถึงก็สามารถโทรผ่านไวไฟได้เช่นกัน
Q: การวางแผน และทิศทางต่อไปในอนาคต
A: เราเชื่อในการให้ Value และเป็น Value ที่มีคุณค่าที่จะทำให้ลูกค้าสามารถอยู่กับเราไปได้เรื่อยๆ แต่หากมองแบบเป็นการจ่ายระยะสั้น ต่อสัปดาห์ ต่อวัน การส่งมอบคุณค่าต่างๆ เหล่านี้จะค่อนข้างทำได้ยาก ทำให้เราพยายามดีไซน์เพื่อสร้างให้ลูกค้ารู้สึกเซอร์ไพร้ส์กับสิ่งที่เรามอบให้ ทั้งสปีดที่เป็นไปตามข้อตกลง การโทรผ่านเครือข่ายดีแทคได้ฟรีทั้งระบบ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้เงื่อนไขต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้น และมีความสบายใจในการใช้งาน การทำตลาด ต้องพยายามทำให้ฉีกและแตกต่าง เพราะถ้าทุกคนแข่งในรูปแบบเดียวกัน ลูกค้าเองก็จะไม่มีทางเลือกที่มากขึ้น
ในพื้นที่ต่างจังหวัด บางจังหวัดมีห้างใหญ่ห้างเดียว บางจังหวัดไม่มี ดังนั้น การขยายช็อปเราจะเน้นทำแบบสแตนอโลน และพยายามทำให้มีความเฟรนด์ลี่ เพื่อให้ลูกค้ากล้าที่จะเดินเข้ามา เพราะลูกค้าต่างจังหวัดบางรายจะยังไม่กล้าเข้ามาในศูนย์ และที่สำคัญต้องมาจากพนักงานด้วย ที่ต้องให้การต้อนรับลูกค้า ให้เกียรติและไม่ดูถูกลูกค้า ทำให้ลูกค้าอยากมาใช้ริการกับเรา ขณะที่ภาพดีแทคเราค่อนข้างติดดินเป็นกันเอง และมีความแอคทีฟ ขณะที่แพกเกจต่างๆ ที่เราให้ เราพยายามทำให้มีความคุ้มค่า มี Value มากที่สุด