ที่ผ่านมาเอไอเอสให้ความสำคัญกับการผสมผสานเรื่องความหลากหลายของคนในองค์กร และการลดช่องว่างระหว่างลำดับชั้น เพื่อให้คนทำงานในแต่ละเจนเนอเรชั่นสามารถเข้าถึงกันได้ง่าย แน่นอนว่าจะต้องมีทั้งคนที่ยอมรับได้และยอมรับในส่วนนี้ไม่ได้เพราะติดอยู่กับกรอบความคิดแบบเก่า นำไปสู่การตัดสินใจปรับเปลี่ยนผู้เล่นบ้างและเป็นเรื่องความเหมาะสมไม่ใช่ถูกผิด ซึ่งคุณกานติมามองว่าเอไอเอสต้องยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้เช่นกัน
“หน้าที่ของเอไอเอส คือการเลือกจิ๊กซอว์ตัวที่ถูกต้อง แล้วพยายามนำจิ๊กซอว์ที่เลือกต่อเป็นภาพไปข้างหน้าให้ได้ นั่นคือสิ่งที่เราทำกันอยู่ วันนี้เราจึงเห็นมืออาชีพที่เดินเข้ามาในองค์กรของเรามากขึ้น เช่น เรามีผู้บริหารทั้งที่เติบโตจากภายในและมืออาชีพที่มาจากภายนอก คนรุ่นพี่ที่มากประสบการณ์และรุ่นน้องใหม่ไฟแรง และเติบโตไปด้วยกัน การผสานความแตกต่างที่สวยงามเข้าด้วยกันสามารถสร้างสรรค์อะไรได้หลายอย่าง มีพลังงานมากมายที่จะพัฒนาองค์กร แต่เมื่อไรก็ตามที่เราติดระบบแบบเดิมซึ่งต้องรอให้มีอายุงานยาวนานเป็นปัจจัยการเติบโตในแต่ละลำดับสิ่งใหม่ๆ จะไม่เกิดขึ้น ปีที่แล้วเราเปลี่ยนเรื่องของการโปรโมทที่ไม่ต้องรอแล้วว่าอายุงานเท่าไร ถ้า Performance ได้คุณขึ้นไปเลย”
เมื่อองค์กรมีพนักงานเลือดเก่าและเลือดใหม่ทำงานอยู่ด้วยกัน การจะผสมผสานให้ทั้งสองส่วนทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณกานติมามองว่าจะต้องกลับมาที่ DNA ขององค์กรที่บอกว่าคนเอไอเอสต้องพร้อมเสมอสำหรับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดตลอดเวลา สิ่งนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้การทำงานเดินหน้าไปได้
“คนรุ่นที่จะเติบโตและช่วยให้เอไอเอสเดินต่อไปอย่างมั่นคงต้องเป็นคนที่เปิดใจ Explore สิ่งใหม่ๆ และยอมรับในศักยภาพของคนรุ่นใหม่ หน้าที่ของรุ่นพี่ไม่ใช่หน้าที่กอดเก้าอี้ไว้กับตัวแต่ต้องสร้าง และพัฒนาคนที่เดินตามเรามาให้พร้อมรับมอบองค์กรไปได้ในเวลาที่เหมาะสม การที่เราเปลี่ยนแปลงในวันที่เรายังแข็งแกร่งมันจะไม่หนักหน่วงเท่าวันที่เราต้องเปลี่ยนแปลงในขณะที่เราอ่อนแอและมีคนบังคับให้เราเปลี่ยนแปลง”
นอกเหนือจากเรื่องของการปรับเปลี่ยนองค์กร ด้วยวิธีการที่คุณกานติมาเรียกว่า การเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทุกคนในองค์กรพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้ว การพัฒนาศักยภาพของคน ปรับทัพ เสริมอาวุธให้ทุกคนครบเครื่อง เป็นอีกสิ่งที่เอไอเอสให้ความสำคัญ โดยมี AIS Academy เป็นศูนย์การเรียนรู้ซึ่งพนักงานในทุกเจนเนอเรชั่นสามารถเข้ามาเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้ มีทั้งเรื่องของการเทรนนิ่ง และมีการคิดหลักสูตรใหม่ๆ ที่เอไอเอสร่วมกับทางสถาบันหลายแห่ง ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT โดยการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับHarvard Business School มาทำในส่วนของ Leadership Development รวมทั้งยังมีหลักสูตร AIS Creative Talents (ACT) ที่เป็นการเรียนรู้รวมกันของคนทุกลำดับชั้น เพื่อต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มพูนศักยภาพ การที่เราเป็นที่หนึ่งทำให้เราต้องแข่งกับตัวเอง เราต้องไปสู่ระดับนานาชาติมากขึ้น แน่นอนว่ากระบวนการ Transform องค์กรจะสำเร็จไปด้วยดีไม่ได้หากขาดเรื่องของการสื่อสาร เอไอเอสมีทั้งทีม Internal Communication เพื่อช่วยสื่อสารกับคนภายใน ดูเรื่องของการกรอบความคิดที่จะสื่อสารออกไป และส่วนของ HR เองที่ต้องเตรียมพร้อมเมื่อมีโปรเจกต์ใหม่ ดีไซน์ว่าแต่ละโปรเจกต์ต้องเกี่ยวข้องกับใครและต้องสื่อสารผ่านช่องทางไหน