ซีบีอาร์อี เผยช่วง 30 ปี ราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% พร้อมชี้ 4 ปัจจัยหลัก เพิ่มการเติบโต พร้อมย้ำทำเลดีที่สุดยังคงเป็นใจกลางกรุงเทพ
แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี และแผนกการลงทุนและที่ดิน เปิดเผยข้อมูลสิ้นสุดกรกฎาคม 2561 ว่าราคาที่ดินในย่านใจกลางกรุงเทพมหานครปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,000% นับจากปีพ.ศ. 2531 เมื่อซีบีอาร์อีเปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว โดยราคาต่อตารางวาใจกลางกรุงเทพฯแพงที่สุด
พัฒนาการ
กุลวดี สว่างศรี กรรมการบริหาร หัวหน้าแผนกการลงทุนและที่ดิน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ระหว่างปีพ.ศ. 2531 – 2539 หรือยุคที่ประเทศไทย ถูกขนานนามว่าเป็น “เสือแห่งเอเชีย” ราคาที่ดินเพิ่มสูงขึ้นมาก ก่อนที่ตลาดจะหยุดชะงัก เพราะวิกฤตการณ์ทางการเงินปีพ.ศ. 2540
ต่อมาช่วงกลางทศวรรษปี 2540 การเติบโตของราคาที่ดินเริ่มขยับสูง และปรับเพิ่มอย่างรวดเร็วในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่ดินย่านใจกลางเมืองที่สำคัญหรือซีบีดีการซื้อขายราคาที่ดินใจกลางกรุงเทพมหานครราคาสูงๆ เกิดขึ้นช่วงปลายทศวรรษปี 2520 ต่อเนื่องเข้าสู่ทศวรรษปี 2530 ซึ่งเป็นการซื้อขายที่ดินขนาดใหญ่ 2 แปลง
แปลงแรก เป็นที่ดินขนาด 8 ไร่บนถนนสาทร โดยผู้พัฒนาเดิมของอาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ซื้อไปที่ราคาประมาณ 125,000 บาทต่อตารางวา
แปลงที่ 2 เป็นที่ดินขนาด 21 ไร่ 1 งาน 8 ตารางวา บนถนนวิทยุ ซึ่งเดิมเป็นบ้านของผู้จัดการธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โดยขายให้กับกลุ่มเอ็มไทย มูลค่าประมาณ 250,000 บาทต่อตารางวา ปัจจุบันพัฒนาเป็นโครงการออลซีซั่น เพลส
ราคาสูงสุดใหม่ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา
การขายที่ดินราคาสูงแปลงล่าสุดเกิดขึ้นในย่านสาทร เป็นที่ดินขนาด 8 ไร่ของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งขายไปด้วยราคาประมาณ 1.45 ล้านบาทต่อตารางวาในปีพ.ศ. 2560 และย่านลุมพินี โดยบริษัท เอสซี แอสเสท ซื้อที่ดินขนาด 880 ตารางวาบริเวณถนนหลังสวนด้วยมูลค่าประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อตารางวา
อนึ่ง การซื้อขายที่ดินที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย คือการขายที่ดินสถานทูตอังกฤษขนาด 23 ไร่ในปีพ.ศ. 2561 ให้แก่บริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและฮ่องกงแลนด์