ทีมงาน BrandAge ได้รวบรวม 20 ความรู้และผลกระทบที่จะตามมา รวมถึงความเคลื่อนไหวของภาคธุรกิจที่เริ่มทยอยมีออกมาให้ติดตามกัน
1. ไขมันทรานส์ เป็นรูปฟอร์มหนึ่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid)
2. ไขมันทรานส์พบได้ในธรรมชาติ เช่น ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์นม แต่ไม่มาก
3.ที่พบมากเป็นผลพวงจากการผลิต "น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน" คือการทำให้น้ำมันพืชที่ส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว เปลี่ยนสถานะจากสภาพของเหลว มาเป็นของกึ่งแข็ง เช่น เนยเทียม มาร์การีน ครีมเทียม ชอร์ตเทนนิง สำหรับขนมอบ ฯลฯ
4. ผลิตภัณฑ์อาหารกลุ่มนี้มีราคาถูก จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
5. ไม่กี่ปีนี้เองวงการแพทย์พิสูจน์ได้ว่า ไขมันทรานส์ไปเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจขาดเลือด เพราะเพิ่มคอเลสเตอรอลตัวที่เลว (LDL) ในร่างกาย ลดคอเลสเตอรอลที่ดี คือ เอชดีแอล (HDL) แถมเพิ่มไตรกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด
6.ในต่างประเทศเริ่มมีการรณรงค์ให้ลดละเลิกกินอาหารกลุ่มน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ที่มีไขมันทรานส์สังเคราะห์
7. สหรัฐอเมริกาเริ่มมีการห้ามนำเข้าอาหารที่มีการปนเปื้อนของ TFA เข้าสู่ประเทศ และห้ามอาหารที่มี TFA > 0.5 กรัม/หน่วยบริโภค จำหน่ายในประเทศ
8. WHO กำหนดว่า คนเราไม่ควรได้รับ TFA เกิน 1% ของพลังงานรวมที่ได้รับ และไม่ควรได้รับ SFA เกิน 10% ของพลังงานรวมที่ได้รับ เช่น ความต้องการพลังงานต่อวันโดยเฉลี่ย คือ 2000 กิโลแคลอรีต่อวัน ปริมาณ TFA ที่ไม่ควรได้รับเกิน 2.2 กรัม/วัน ส่วน SFA ไม่ควรได้รับเกิน 22 กรัมต่อวัน