บุกประชิดตัวนักช้อป
มิตซุย ฟูโดซัง มีการขยายการลงทุนทำศูนย์การค้า 2 แห่งในประเทศมาเลเชีย และในไต้หวันอีก 2 แห่ง ส่วนในประเทศไทยนั้น มร.คาซุโอะ อิดะ ผู้จัดการทั่วไป แผนกส่งเสริมการท่องเที่ยว บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง รีเทล แมเนจเม้นท์ จำกัด บอกกับเราว่า แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพที่ดี แต่มิตซุย ฟูโดซัง ยังไม่มีแผนที่จะขยายการลงทุนเข้ามาในเมืองไทย การเข้ามาจัดงานแถลงข่าวในประเทศไทยครั้งนี้ จะเป็นก้าวแรก ที่จะเข้ามาสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง
“ในปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปเยือนศูนย์การค้าของมิตซุย ฟูโดซัง 80,000 คน เป็นอันดับ 4 รองจากจีน ฮ่องกง และไต้หวัน การเติบโตที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องนี้ คาดว่านักท่องเที่ยวชาวไทยจะขยับแซงไต้หวันขึ้นมาอยู่อันดับ 3 โดยจะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นไปเป็น 120,000 คน ภายในปี 2561 นี้”
ตามแผนการตลาดที่ให้ไว้ในการแถลงข่าวครั้งนี้นั้น จะมีการเปิดตัว “มิตซุย เอาท์เล็ทพาร์ค คิซาราสึ” (MITSUI OUTLET PARK KISARAZU) ที่มีการปรับขยายเพิ่มพื้นที่ขาย และแบรนด์ใหม่ๆ โดยเอ้าเล็ท มอลล์แห่งนี้เป็นเอ้าท์เล็ต มอลล์ ในเครือมิตซุย ฟูโดซัง ที่เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2012 ล่าสุดได้พัฒนาพื้นที่ส่วนขยาย เพื่อเติมร้านค้าใหม่อีก 103 ร้าน โดยจะเปิดให้บริการส่วนนี้ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ทำให้ทั้งโครงการมีร้านค้ามากถึง 308 ร้าน ถือเป็น Outlet Mall ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่อันดับ 2 รองมา คือ “มิตซุย เอาท์เล็ทพาร์ค แจ๊สดรีม นากาชิมะ” (MITSUI OUTLET PARK JAZZ DREAM NAGASHIMA) มีร้านค้า 302 ร้าน
สิ่งที่น่าสนใจในการทำตลาดของมิตซุย ฟูโดซัง ก็คือ การเลือกโลเกชั่นของที่ตั้งเอ้าท์เล็ต มอลล์ ของตัวเอง ให้อยู่ใกล้เมือง สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง ขณะเดียวกัน การมีโลเกชั่นที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องของการท่องเที่ยว และการช้อปปิ้งในรูท หรือเส้นทางเดียวกันที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง
ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือ โครงการ “มิตซุย เอาท์เล็ทพาร์ค คิซาราสึ” สามารถเดินทางจากสถานีโตเกียว ภายในเวลา 45 นาที หรือเลือกใช้บริการนั่งรถบัสสายตรงจากสถานีชิจูกุ, ชินากาว่า และโยโกฮาม่า
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงกันในเขตจังหวัดชิบะ อาทิ สวนสนุกคิซาราเปีย หรือโตเกียว เยอรมัน วิลเลจ เป็นต้น