ด้วยโฆษณาที่จำง่าย สื่อสารถึงการเป็นเครื่องมือในการช่วยทำอาหารให้อร่อยของแม่บ้านยุคใหม่ ทำให้โฆษณาของรสดีหลายๆ ชุดติดอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค ซึ่งหลายคนน่าจะจำได้ถึงหนังโฆษณาชุดหนึ่งที่มีเด็กผู้หญิงน่ารักมาพูดถึง “หมู ฉึก ฉึก” จนติดปากคนไทยในช่วงเวลานั้น
การเป็นแบรนด์แรกๆ ที่มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องทำให้รสดีสามารถเข้าไปสร้างการยอมรับต่อแบรนด์กับครอบครัวรุ่นใหม่ๆ โดยสิ่งที่อายิโนะโมะโต๊ะทำออกมาก็คือการสร้างโอกาสในการใช้ผงปรุงรสให้มากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะถ้าดูตัวเลขจากการทำวิจัยของอายิโนะโมะโต๊ะเองในช่วงก่อนหน้านั้น จะพบว่า มีจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศแค่ 75 - 80% เท่านั้นที่ใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูป ยังมีพื้นที่ว่างให้เจาะเข้าไปเพื่อเพิ่มการใช้อีก 20 - 25% ความต่อเนื่องทางการตลาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ เราจึงแทบไม่เห็นรสดีหยุดทำตลาดเลยในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากเรื่องของแบรนด์ ตัวผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารแบรนด์แล้ว ในเรื่องของการจัดจำหน่ายก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งอายิโนะโมะโต๊ะถือเป็นบริษัทที่มี “เซลส์ฟอร์ซ” หรือระบบจัดจำหน่ายที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมีการปรับปรุง และเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ครั้งหนึ่งเมื่อเทคโนโลยีไอทีเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจ อายิโนะโมะโต๊ะก็มีการเพิ่มขีดความสามารถของทีมขายด้วยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แบบพกพาในการสั่งซื้อสินค้า และมีการพัฒนาระบบจนสามารถออนไลน์กับสำนักงานใหญ่สามารถเช็คยอดขายได้ตลอดเวลาจึงสามารถวางแผนการขายตลอดจนมองหาช่องว่างที่ทีมขายยังไม่ได้เจาะเข้าไปได้แบบทันท่วงที
เครื่องปรุงรสเป็นสินค้าที่ต้องเข้าปากลูกค้า เมื่อมีการใช้หรือบริโภคจนคุ้นชินกับรสชาติแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นอีก อย่างไรก็ตาม การสร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์เป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงของตลาด ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องจะทำให้สินค้ายังคงเป็นที่นิยมแม้จะอยู่ในตลาดมานานก็ตาม.....