กลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ถูกให้ความสำคัญในการทำตลาดบัตรเครดิตไปแล้ว สำหรับคนที่อยู่ในกลุ่มเจนเนอเรชั่นวาย เนื่องจากเป็นกลุ่มก้อนของผู้บริโภคที่ถูกจับตามองในเรื่องของการเติบโต โดยเฉพาะกับกลุ่มทำงานออฟฟิศ ทำให้บัตรเครดิตแต่ละแบรนด์ ต่างพุ่งเป้ามาที่ลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งหากเจาะเข้าไปได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มตัวเลขผู้ถือบัตร และการใช้จ่ายผ่านบัตรเท่านั้น แต่ยังช่วยในแง่ของการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ที่พร้อมจะถูกนำมาส่งต่อการขยายการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินไปยังตัวอื่นๆ
นั่นคือ คำตอบว่า ทำไม แม้กลุ่มนี้จะถูกมองว่า มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง จนเครดิตบูโรออกมาให้ข้อมูลว่า เป็นหนึ่งในตัวผลักดันให้หนี้เอ็นพีแอลยังคงเพิ่มขึ้น แต่ด้วยเหตุผลข้างต้น ทำให้แต่ละแบงก์ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้ แต่ก็เพิ่มความระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น
ทำไม เจนวาย จึงถูกมองว่า เป็น 1 ในตัวการที่ทำให้หนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น
คำตอบก็คือ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเจนวาย ส่วนใหญ่จะมองถึงเรื่องของการใช้ชีวิตแบบ เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์ และมีไม่น้อยที่ออกจากระบบงานออฟฟิศ มาทำธุรกิจส่วนตัว หรือเป็นฟรีแลนซ์ แน่นอนว่า การมีรายได้ที่ไม่คงที่ บวกกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ที่คนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งมักให้รางวัลกับชีวิตแบบพร่ำเพรื่อ ทำให้เป็นหนทางของการก่อหนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตัวเลขหนี้เอ็นพีแอลของกลุ่มเจนวายมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก รายได้ไม่พอ จึงมักจะเบี้ยวหนี้ โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่จะเสียหายตามมา
อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เป็นคนกำกับดูแล พยายามที่จะหาแนวทางเข้ามาควบคุมสำหรับคนที่สมัครบัตรใหม่ โดยกำหนดรายได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท มีบัตรไม่เกิน 2 ใบ และกำหนดวงเงินบัตรลดลงจาก 5 เท่าของรายได้ มาอยู่ที่ ไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ ซึ่งเป็นมาตรการล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามาเพื่อคุมไม่ให้เกิดหนี้เสียในกลุ่มเจนวาย...