เทคโนโลยีเข้ามา Disrupt พร้อมกับเปลี่ยนแลนด์สเคปตลาดการเงินของบ้านเรา และมีส่วนในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทำธุรกรรมการเงินของคนไทยรุ่นใหม่อย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องของการเกิดคู่แข่งขันหน้าใหม่ที่ไม่ได้มาจากผู้เล่นในแวดวงการเงินด้วยกัน และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค
โดยเฉพาะกับตัวมือถือสมาร์ทโฟน ที่สามารถทำให้พวกเขาเข้าถึงการทำธุรกรรมการเงินได้แบบทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่มีข้อจำกัด การปรับกลยุทธ์ในเรื่องของสาขาที่เปรียบเสมือน P ตัวที่ 3 ของบรรดาธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้น เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ลองมาดูกันว่า ในภาพรวมของการปรับกลยุทธ์สาขานั้น จะมีออกมาในรูปแบบไหนกันบ้าง
1.เมื่อการทำธุรกรรมไปเพิ่มขึ้นที่ช่องทางดิจิตอล หรือออนไลน์ ก็ปรับลดสาขาที่มีอยู่เสียเลย ซึ่งการปรับกลยุทธ์ในรูปแบบนี้ นอกจากจะปรับเปลี่ยนให้ทันกับไลฟ์สไตล์ทางการเงินของลูกค้าแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี เพราะสาขาต้องใช้คนที่เป็นต้นทุนสำคัญ ขณะที่ธนาคารบนมือถือนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่าแบบเห็นๆ
2.แม้จะเห็นการออกมาให้ข่าวของแบงก์พาณิชย์ถึงการปรับลดสาขาของตัวเองลงอย่างต่อเนื่องในสาขาที่มีการทำธุรกรรมไม่มากนัก แต่สำหรับสาขาในห้างหรือศูนย์การค้ายังคงเป็นสาขาที่จะถูกให้ดำรงอยู่ต่อไป นั่นเป็นเพราะ พฤติกรรมหนึ่งของคนไทยในยุคนี้ก็คือ การไปห้างหรือศูนย์การค้าเพื่อทำธุรกรรมทุกอย่างให้เสร็จในที่เดียว โดยเฉพาะเรื่องของการเงิน ทำให้สาขาในห้างยังมีบทบาทสำคัญ แม้ธนาคารบนมือถือจะมาแรงก็ตาม
3.ท่ามกลางการลดจำนวนสาขาลง แบงก์เองก็มีการปรับกลยุทธ์ในการทำตลาดของสาขาไปพร้อมๆ กัน โดยพนักงานสาขาเองจะถูกปรับขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่คอยให้คำแนะนำกับลูกค้า พร้อมขายผลิตภัณฑ์การเงินในรูปแบบของ Cross Selling เพื่อให้เกิดการใช้บริการทางการเงินไปสู่ผลิตภัณฑ์การเงินตัวอื่นๆ นอกเหนือจากที่ใช้อยู่ เราจึงได้เห็นแต่ละแบงก์มาทำเรื่องนี้กันอย่างเข้มข้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือแบงก์กสิกรไทยที่ทำเรื่องของ K – Expert มาระยะเวลาหนึ่ง
4.ขณะที่สาขาที่เหลืออยู่ของแต่ละแบงก์ก็ต้องมีการปรับกลยุทธ์ และ Customize ไปตามฐานของลูกค้า และประเภทการทำธุรกรรมในแต่ละโลเกชั่น สิ่งที่เราจะได้เห็นตามมาก็คือ การเกิดขึ้นของสาขาในรูปแบบที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ แบงกิ้ง ที่ให้บริการผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีเอง อย่างเวียดนาม ธนาคารทีพีแบงก์ ของเขามีการจับมือกับบริษัท สเกลล์ 360 จำกัด บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีฟินเทคจากสหราชอาณาจักร ธนาคารสาขาดิจิตอลแห่งแรก ที่ถูกออกแบบให้ง่ายต่อการใช้บริการ เนื่องจากนำเสนอบริการแบบส่วนตัวที่เป็น วัน ทู วัน โดยลูกค้าสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่ให้คำปรึกษาของธนาคารผ่านวิดีโอลิงค์ เป็นการปูทางไปสู่การให้บริการดิจิตอลแบงกิ้งแบบเต็มตัวในอนาคต
5.สาขาของแบงก์ยังคงมีบทบาทสำคัญในแง่ของการสร้าง Engagement เพราะการบริการที่ดีผ่านพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ แถมสนิทชิดเชื้อกับลูกค้า ยังคงมีบทบาทสำคัญ ซึ่งแบงก์พาณิชย์แต่ละรายถึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการพัฒนาเรื่องระบบ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้บริการ
กรุงไทย ครองแชมป์ปิดสาขา
การปิดลดสาขาลงของธนาคาพาณิชย์แต่ละแห่งยังคงมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือยังมีบางธนาคารอย่างธนาคารกรุงเทพ ที่เปิดสาขาเพิ่มขึ้นโดยมีสาขาเพิ่มขึ้น 7 แห่ง เป็น 1,164 แห่ง รองลงมาเป็นธนาคารไอซีบีซีของจีน มีสาขา 22 แห่ง เพิ่มขึ้น 2 แห่ง การเปิดสาขาเพิ่มขึ้นนี้ สวนทางกับแบงก์อื่นๆ ที่ทยอยปิดสาขาของตัวเองลง โดยธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาให้ข้อมูลถึงจำนวนสาขาในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ว่า มีการปิดสาขามากกว่าเปิดสาขาใหม่ ซึ่งตัวเลขสาขาของแบงก์พาณิชย์ลดลงมาอยู่ที่ 6,683 แห่ง จากสิ้นปี 2559 ที่มีสาขาทั้งหมด 6,761 แห่ง ลดลง 78 แห่ง
ส่วนธนาคารที่มีการปิดสาขามากที่สุดคือ ธนาคารกรุงไทย ลดลง 27 แห่ง ทำให้มีสาขาอยู่ที่ 1,186 แห่ง รองลงมาคือ ธนาคารกสิกรไทย ลดลง 26 แห่ง ทำให้มีสาขาทั้งหมด 1,084 แห่ง ธนาคารธนชาต ลดลง 26 แห่ง มีสาขาเหลือ 567 แห่ง และธนาคารทหารไทย ลดลง 4 แห่ง มีสาขาอยู่ที่ 449 แห่ง
จำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ ณ วันที่ 30 เมษายน 2560
เมษายน 2560 ปี 2559 เพิ่ม /ลด
รวมทุกธนาคาร 6,683 แห่ง 6,761 แห่ง ลดลง 78 แห่ง
ธ.กรุงเทพ 1,164 แห่ง 1,157 แห่ง เพิ่มขึ้น 7 แห่ง
ธ.ไอซีบีซี 22 แห่ง 20 แห่ง เพิ่มขึ้น 2 แห่ง
ธ.กรุงไทย 1,186 แห่ง 1,213 แห่ง ลดลง 27 แห่ง
ธ.กสิกรไทย 1,084 แห่ง 1,110 แห่ง ลดลง 26 แห่ง