ยูนิลีเวอร์ เดินหน้ารับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างเต็มที่ และสินค้าในหมวด แฮร์แคร์ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม คือตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงภาพการรุกตลาดในรูปแบบดังกล่าว โดยยูนิลีเวอร์ มีการเพิ่มแบรนด์ในพอร์ตนี้ เพื่อหาช่องว่าง และเพิ่มโอกาสในการใช้
จากเดิมที่ยูนิลีเวอร์มีแบรนด์ในตลาดแฮร์แคร์อยู่ 4 แบรนด์หลักคือ ซันซิล โดฟ เคลียร์ และเทรซาเม่ แล้ว ในปีนี้ จะมีการนำแฮร์แคร์แบรนด์ลักส์ ซูเปอร์ริช ที่ขายความหอมจากน้ำหอมระดับโลกกลับมาทำตลาดอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว เคยมีการเปิดตัวสินค้าแบรนด์นี้ในบ้านเรามาแล้ว
นอกจากสินค้าใน 2 หมวดที่ว่านี้ ยูนิลีเวอร์ ยังคงเดินหน้ายกระดับการใช้สินค้าในหมวดผงซักฟอก จากเดิมที่ทำสำเร็จในการเปลี่ยนการใช้จากผงซักฟอกสูตรธรรมดาแบบซักมือ ที่มีบรีสกล่องแดงเป็นหัวหอก มาสู่ ผงซักฟอกสูตรเข้มข้นที่ยูนิลีเวอร์มีแบรนด์ในตลาดนี้คือ บรีส เอกเซล และโอโม พลัส
หลังความสำเร็จดังกล่าว ยูนิลีเวอร์ ยังคงเดินหน้าเพื่อเปลี่ยนโครงสร้างตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยมองถึงการยกระดับการใช้ของผู้บริโภคจากผงซักฟอกสูตรเข้มข้นมาเป็นสูตรผงซักฟอกสูตรน้ำหรือลิควิด ที่ยูนิลีเวอร์ใช้ทั้ง 3 แบรนด์ในพอร์ตคือ บรีส เอกเซล ลิควิด โอโม สูตรน้ำ เข้ามาเป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนตลาด
รวมถึงการเปิดตัวผงซักฟอกคอมฟอร์ท ที่ขายในเรื่องของความหอม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองรุ่นใหม่ที่มองหาผงซักฟอกที่เข้ามาช่วยเพิ่มความหอมให้กับเสื้อผ้า โดยเป็นการแก้ Pain Point ของผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในที่พักแนวตั้งอย่างคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ในการตากผ้าไม่มากนัก จึงกังวลเรื่องของกลิ่นอับของเสื้อผ้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้
การเปลี่ยนโครงสร้างตลาดในครั้งนี้ เป็นการมองถึงการสร้างแวลู่ให้กับตลาดผงซักฟอก ที่มีการเติบโตในแง่ของปริมาณการใช้ได้ไม่เต็มที่นัก เนื่องจาก Penetration หรือการเข้าถึงครัวเรือนของสินค้าประเภทนี้มีเกือบเต็ม 100% แล้ว วิธีการสร้างการเติบโตที่ดีที่สุดก็คือการนำเสนอสินค้าแบบเต็มพอร์ตเพื่อเพิ่มความหลากหลายโดยมองถึงการยกระดับการใช้มาสู่สินค้าที่มีแวลู่มากขึ้น
กลยุทธ์นี้ยังมีเรื่อของภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย ในฐานะของการเป็นแบรนด์ที่นำเสนอนวัตกรรมและทางเลือกใหม่ๆ เพื่อเข้ามายกระดับการใช้ของผู้บริโภคไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น