การปรับกลยุทธ์การทำตลาดทีวีของพานาโซนิค ตามความหมายของ มร.ทาคาชิ ซาซากิ นั้น จะอยู่บนแกนหลักของกลยุทธ์ Premium Marketing ที่พานาโซนิคมุ่งเน้นมาตลอดในช่วง 3 – 4 หลังมานี้ โดยจะเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์มาสู่ตลาดพรีเมียมด้วยการนำเสนอไลน์อัพของสินค้าใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีที่เป็นความต้องการของผู้บริโภค
อย่างการทำตลาดในปีนี้ จะมีการเปิดทีวีรุ่นใหม่ 11 ซีรีส์ 20 รุ่น แบ่งเป็นทีวี 4K ถึง 8 ซีรีส์ 14 รุ่น โดยมีขนาด 55 นิ้วถึง 5 ซีรีส์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่นิยมชมทีวีที่มีขนาด 55 นิ้วขึ้นไปมากขึ้น ตามเทรนด์การเติบโตของตลาด โดยพานาโซนิค จะมุ่งเข้าไปยกระดับการใช้สินค้าของผู้บริโภคมาสู่สินค้าใหม่ๆ ที่เป็นสมาร์ททีวี ภายใต้คอนเซ็ปต์การสื่อสาร Hollywood to Your Home ซึ่งจะชูจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพที่ได้รับการปรับจูนสีสันโดยทีมฮอลลีวู้ดให้ตรงกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมภาพยนตร์มากที่สุด พร้อมด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์เรียบหรู สวยงาม ระดับพรีเมียม ซึ่งมาพร้อมสมาร์ท ฟีเจอร์ (Smart Feature) ที่จะทำให้ไลฟ์สไตล์การรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคนั้นง่ายและสนุกมากกว่าเดิม
ความนิยมในการรับชมคอนเทนต์ที่เป็นสตรีมมิ่ง หรือวิดีโอออนดีมานด์ที่มีเพิ่มขึ้นนั้น ทำให้การทำตลาดทีวีต้องมีการจับมือร่วมกับผู้ให้บริการ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อทำตลาดร่วมกัน อย่างในครั้งนี้ พานาโซนิค มีการจับมือร่วมกับ แอพพลิเคชั่น iflix ได้ชมฟรี 6 เดือน สำหรับการซื้อทีวีพานาโซนิค จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้
“เรามองว่า คอนเทนต์ที่เป็นสตรีมมิ่ง จะเข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยทำให้ตลาดสมาร์ททีวีมีการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก โดยในปัจจุบันเริ่มมีการถ่ายทอดสดกีฬาต่างๆ ในรูปแบบของสตรีมมิ่ง ซึ่งพานาโซนิคเองมีความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการรับชมคอนเทนต์ในรูปแบบดังกล่าวอยู่แล้ว และพร้อมที่จะเปิดตัวสู่ตลาดทันทีที่ความนิยมดังกล่าวแพร่หลายออกไปมากขึ้น”
จองที่ 3 แบบถาวร
หากมองเข้ามาที่ตลาดทีวีของบ้านเราแล้ว จะพบว่า การช่วงชิงตำแหน่งแชมป์จะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 แบรนด์จากประเทศเกาหลี โดยมีซัมซุงเป็นเบอร์ 1 ขณะที่เบอร์ 2 คือแอลจี
ส่วนแบรนด์จากญี่ปุ่นนั้น พานาโซนิคกับโซนี่ จะสลับกันขึ้นมาเป็นเบอร์ 3 ของตลาด ล่าสุดในปี 2017 พานาโซนิคสามารถแซงกลับมาเป็นเบอร์ 3 ได้สำเร็จ ด้วยส่วนแบ่งตลาดประมาณ 9% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับที่โซนี่ทำได้
มร.ทาคาชิ ซาซากิ บอกกับเราว่า การรุกตลาดในปีนี้ด้วยการเปิดไลน์อัพสินค้าใหม่จำนวนมาก พร้อมกับการทุ่มงบการตลาดถึง 10% ของยอดขายมีเป้าหมายอยู่ที่การเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดรวมจาก 9% เป็น 15% ในปีนี้
ส่วนทีวีที่เป็นสมาร์ททีวี จะเพิ่มจาก 8% เป็น 15% และตัวที่เป็น 4K จะเพิ่มจาก 7% เป็น 15% ซึ่งไลน์อัพสินค้าส่วนใหญ่ที่เปิดตัวจะเป็นทั้งทีวี 4K และสมาร์ททีวีในขนาดจอภาพ 55 นิ้วขึ้นไป
“เราต้องการที่จะเป็นเบอร์ 3 อย่างถาวร ซึ่งหลังจากนี้จะมีการรุกตลาดที่เข้มข้นมากขึ้นผ่านการเปิดตัวไลน์อัพสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และการสื่อสารแบรนด์ที่มุ่งเน้นไปที่การสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ในตลาดพรีเมียม ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเป็นการผลักดันให้แบรนด์เรามีภาพลักษณ์ของการเป็นพรีเมียมแบรนด์อย่างสมบูรณ์แบบนับต่อจากนี้ไป”