BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
22,763
VIEWS

กรณีศึกษา “พีแอนด์จี” ทำอย่างไรให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่ม “รากหญ้า”

ก.ย. 03, 2561 R.Somboon

ย้อนหลังไปกว่า 10 ปีที่แล้ว หากเรามองเข้ามาที่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ในแวดวงสินค้า FMCG จากสหรัฐอเมริกาอย่างพีแอนด์จี หรือพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล จะพบว่า ภาพของความเป็นสินค้าพรีเมียมยังถูกผูกติดกับสินค้าหลายแบรนด์

แต่หลังจากนั้น พีแอนด์จี ที่ต้องการเติบโตในตลาดเกิดใหม่ หรือ Emerging Market ที่หลายๆ ประเทศ หรือหลายๆ ตลาด มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ทำให้พีแอนด์จีมีการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยมองไปถึงการรุกเข้าไปในส่วนที่เป็น    Bottom of Pyramid เพื่อผลักดันสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น 

ตัวอย่างของการรุกขยายสู่ฐานล่างของตลาดที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นที่ตลาดเม็กซิโก ที่มีความคล้ายคลึงกับตลาดในหลายๆ ประเทศที่อยู่ในข่ายเศรษฐกิจเกิดใหม่ หนึ่งในนั้นก็คือ ระบบการจัดจำหน่าย ที่แม้จะมีร้านค้าในแนวโมเดิร์นเทรดเกิดใหม่มากมาย แต่กว่า 80% ของการซื้อสินค้าของผู้บริโภคยังมาจากร้านค้าปลีกในรูปแบบดั้งเดิม ที่ผู้บริโภคมักจะแวะเวียนเข้ามาซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกประเภทนี้โดยมีความถี่ค่อนข้างสูง

ร้านค้าปลีกดั้งเดิมนี้กระจายอยู่ทั่วประเทศเม็กซิโกถึง 620,000 แห่ง สิ่งที่พีแอนด์จีต้องทำในการขยายฐานในการใช้สินค้าของตัวเองให้ออกไปในวงกว้างมากที่สุดก็คือ การเพิ่มเซลส์ฟอร์ซเพื่อกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทั่วทั้งกว่า 6 แสนแห่ง

 

รวมถึงการศึกษาทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคและของตัวร้านค้าเองเพื่อที่จะหา “โซลูชั่น” ที่ลงตัวในการทำการ ตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว ที่แม้ลูกค้าจะใช้เงินเฉลี่ยในการซื้อต่อวันแค่ 23 เปโซหรือ 2.14 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อมองถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคแล้ว กลับพบว่า มีการเข้าไปซื้อของผ่านร้านค้าขนาดเล็กค่อนข้างจะถี่กว่า เพราะเข้าไปใช้บริการเกือบทุกวัน และเมื่อรวมตัวเลขทั้งปีแล้วจะมีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทีเดียว พีแอนด์จีจึงต้องให้ความสำคัญกับ “หน้าด่าน” ในการเข้าถึงผู้บริโภคระดับรากหญ้านี้อย่างเต็มที่

เฉกเช่นเดียวกับการทำตลาดในทั่วโลก พีแอนด์จี มีการส่งพนักงานเข้าไปเยี่ยมรานค้าในความถี่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มีการเข้าไปให้ความแนะนำในการดิสเพลย์สินค้าที่สะดวกต่อการหยิบของลูกค้า รวมถึงการชักจูงใจให้ร้านค้าจัดเรียงสินค้าของพีแอนด์จีมากขึ้น ผ่านการเปรียบเทียบให้เห็นถึงผลกำไรที่มากกว่าจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นหลังจากการจัดเรียงสินค้าของพีแอนด์จี โดยพีแอนด์จีมีการกระตุ้นผ่านแคมเปญ “โกลเด้น สโตร์” ดึงเอาร้านค้าที่ร่วมรายการที่มีการจัดเรียงสินค้าของพีแอนด์จีในมุมเดียวกันมากกว่า 40 รายการ ซึ่งพีแอนด์จีจะมีโปรโมชั่นพิเศษให้สำหรับร้านค้าที่ร่วมรายการดังกล่าว

นั่นคือ การทำผ่านกลยุทธ์ Push Strategy ส่วนในแง่ของการ Pull Out สินค้าออกจากร้านนั้น พีแอนด์จีก็ทำแบบครบวงจรเช่นกันทั้งในเรื่องของราคา Sizing ที่เข้ากับพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ และการทำในเรื่องของแบรนด์ ที่สร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของ Emotional ผ่านการสื่อสารการตลาดโดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ใช้ตัว “เซเลบ” หรือเหล่าบรรดาคนดังเข้ามาเป็นตัวสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งพีแอนด์จีใช้ได้ผลมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างในประเทศจีน แม้แบรนด์เฮดแอนด์โชว์เดอร์  รีจอยส์ และยาสีฟัน เครสท์ จะดูเป็นสินค้าระดับพรีเมียม แต่ด้วยกลยุทธ์ของการวางราคาแบบสมเหตุสมผล ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าระดับฐานล่างของประเทศจีน ซึ่งสิ่งที่พีแอนด์จีพยายามทำในประเทศจีนจะออกมาคล้ายกับที่เม็กซิโก นั่นคือ การขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมร้านค้าขนาดเล็กให้มากที่สุด เพื่อรองรับกับความต้องการที่มีมากขึ้น

สำหรับในประเทศไทยก็เช่นกัน นโยบายการขยายฐานสู่ตลาดรากหญ้าของพีแอนด์จีมีออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลังมานี้  โดยเฉพาะกับการรุกที่มีเรื่องของภาวะเศรษฐกิจมาเป็นหนึ่งในแรงผลักดันที่สำคัญ พีแอนด์จี ทำออกมาค่อนข้างจะรุนแรง มีการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อขยายฐานการใช้สินค้าในหมวดแฮร์แคร์กับแบรนด์แพนทีนและเฮดแอนด์โชว์เดอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม รวมถึงแบรนด์โอเลย์ที่เป็นสินค้าในหมวดสกินแคร์ 

ถือเป็นการขยายการใช้สินค้าของพีแอนด์จีไปสู่มือผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เดิมไม่สามารถเข้ามาใช้ได้เนื่องจากติดปัญหาเรื่องราคาที่ยังสูงอยู่ การใช้กลยุทธ์ราคาที่สมเหตุสมผลนี้ จะทำให้การดึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาทดลองใช้สินค้าทำได้ง่ายขึ้น โดยมีการปรับราคาของแชมพูแพนทีน ขนาดไซส์ 90 มล.ไซส์ที่ใช้เจาะร้านค้าประเภทคอนวีเนียนสโตร์ มินิมาร์ท และโชวห่วยทั่วไป จากเดิมที่ขายในราคา 29 บาท ลดลงเหลือ 20 บาท ซึ่งแพนทีน ขนาดดังกล่าวก็เคยลดราคาลงจาก 36 บาท เหลือ 29 บาท

ถ้ามองตามรูปเกมแล้ว การปรับราคาในครั้งนั้น นอกจากจะเป็นการใช้สีสันด้านราคาเข้ามาเล่นกับผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจขาลง เพื่อนำเสนอในเรื่องของความคุ้มค่าคุ้มราคากับกลุ่มรากหญ้าในช่องทางทั้งคอนวีเนียนสโตร์ และร้านโชวห่วยแล้ว ในครั้งนั้นยังเป็นการดันแพนทีนที่เป็นแชมพูพรีเมียมแบบยกพอร์ตให้มีราคาเขยิบเข้ามาใกล้เคียงกับแชมพูในตลาดแมสที่ซันซิล แชมพูแบรนด์ดังของคู่แข่งสำคัญอย่างยูนิลีเวอร์ ครองความเป็นผู้นำตลาดอยู่ 


 

เกมนี้ นอกจากจะเป็นความพยายามในการผลักดันให้แชมพูพรีเมียมมีการขยายฐานคนใช้ออกไปกว้างมากขึ้นแล้ว ยังน่าจะเป็นการบี้กับซันซิลโดยตรงเพื่อเขยิบช่วงห่างของส่วนแบ่งตลาดให้แคบลงจากเดิม เพราะราคาที่แพนทีนนำเสนอให้กับผู้บริโภคในขนาด 90 มล.นั้น เป็นราคาที่อาจจะเรียกได้ว่าระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าซันซิลในไซส์ที่ใกล้เคียงกันด้วยซ้ำ

ถ้าเทียบฟอร์มกับคู่แข่งสำคัญอย่างยูนิลีเวอร์แล้ว พีแอนด์จี อาจจะเป็นรอง โดยเฉพาะในเรื่องของการขึงเครือข่ายการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคระดับรากหญ้า ที่ยูนิลีเวอร์สามารถสร้างเซลส์ฟอร์ซเจาะทะลุทะลวงร้านค้าในระดับนี้ได้ดีกว่า ผ่านทางตัวแทนกระจายสินค้าที่ยูนิลีเวอร์เรียกว่า “คอนเซสชั่นแนร์” ที่มีอยู่ราวกว่า 60 รายทั่วประเทศ

พันธมิตรสำคัญอีกส่วนหนึ่งก็คือร้านยี่ปั๊ว นั้น ยูนิลีเวอร์มีการเข้าไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีและดึงเข้ามาเป็นพันธมิตรในการทำการตลาดร่วมกัน ซึ่งยูนิลีเวอร์จะมีการซัพพอร์ให้ในหลายๆดานรวมถึงเทรดโปรโมชั่น เพื่อให้ยี่ปั๊วพันธมิตรเหล่านั้นเข้ามาเป็นเครือข่ายในการกระจายสินค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารากหญ้าอีกทางหนึ่ง

ส่วนพีแอนด์จี มีการสร้างเซลส์ฟอร์ซของตัวเองผ่านทางระบบตัวแทนจำหน่ายเช่นเดียวกันกับยูนิลีเวอร์ แต่เรียกชื่อแตกต่างออกไปว่า เอส ดี โอ หรือ Sale District Office ที่มีอยู่ประมาณ 20 ราย สิ่งที่พีแอนด์จี ทำควบคู่ไปกับการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายของตัวเองก็คือ การทำการตลาดทุกรูปแบบเพื่อให้สินค้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะกับการนำสินค้าพรีเมียมที่เป็นฐานหลักของพีแอนด์จี ไปให้ผู้บริโภคระดับรากหญ้าที่ต้องการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้เทียบเคียงกับคนในสังคมเมืองได้ใช้กัน

ก่อนหน้าการปรับราคาของแชมพูแพนทีน แชมพูในแพ็กเกจจิ้งแบบซอง เป็นสินคาหลักของกลุ่มรากหญ้าที่ซื้อง่ายขายคล่องเนื่องจากมีราคาไม่สูงนักแค่ซองละ 2 บาท แต่เมื่อแพนทีนมีการปรับราคาลงเหลือ 20 บาท และผนึกพลังกับแชมพูตัวอื่นๆ ในเครืออย่างรีจอยส์ที่ทำราคาขวดละ 20 บาทไปก่อนหน้านั้น ทำให้แชมพูในไซส์ขวด 20 เริ่มเข้ามามีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น แม้จะยังเข้าไปแทนที่แชมพูแบบซองไม่ได้ แต่สินค้าในไซส์นี้ก็น่าจับตามองถึงแนวโน้มของการขยายตัวไม่น้อยทีเดียว

ถ้าเปรียบเทียบ การหยั่งรากลึกลงในตลาด FMCG ของบ้านเราระหว่างพีแอนด์จีกับยูนิลีเวอร์แล้ว พีแอนด์จีอาจจะเป็นรอง เพราะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างจริงจังแค่ร่วม 30 ปีเท่านั้น เทียบกับยูนิลีเวอร์ ที่เข้าตลาดมามากกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว ยังเป็นรองอีกมาก แต่ด้วยนโยบายการโฟกัสตลาด และนำเสนอนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับผู้บริโภค ทำให้พีแอนด์จี สามารถแซะฐานที่มั่นของยูนิลีเวอร์ได้ในบางตลาดอย่างสกินแคร์ และกำลังไล่บี้กันอย่างสนุกในตลาดแฮร์แคร์

ขณะที่ในตลาดรากหญ้า ก็กลายเป็นสนามประลองพลังแห่งใหม่ที่จะวัดศักยภาพของยักษ์ใหญ่รายนี้อย่างแท้จริง.....

 

จีนเพิ่มความคึกคักให้กับเศรษฐกิจโลก

ไลอ้อน ส่ง “เจลอาบน้ำโชกุบุสซึ สกิน โซลูชั่น ซีรีส์” บุกตลาดพรีเมียม ชูแบรนด์แรกในไทยโดดเด่นด้วยนวัตกรรมพรีไบโอติกและสารสกัดจากกัญชง

จอห์นสัน เบบี้ ร่วมเชิดชูเกียรติคุณแม่ ผ่านแคมเปญ “Heart of a Mom ถ้าใจเป็นแม่เราก็คือแม่

ปี 2023 Johnson & Johnson จะหยุดขายแป้งเด็กมีส่วนผสม Talcum ทั่วโลก

LION-SCGC นำโซลูชั่น 3 ด้าน เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกยกเลิกการใช้พลาสติกผลิตใหม่ภายในปี 2050

ไอ.พี. วัน ประกาศความสำเร็จ 50 ปี บริษัทคนไทยผู้นำตลาด FMCG

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact