อย่างที่เรารู้กันดีว่า AI หรือ (Artificial Intelligence) หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทสำคัญในแวดวงธุรกิจอย่างมาก ทั้งในส่วนของการย่นระยะเวลาการทำงาน ทำให้ Process การให้บริการลดลง ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า
จึงไม่เเปลกใจที่เราเห็นภาคธุรกิจเริ่มลงทุนกับ AI มากขึ้น ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบที่เราเห็น บ้างก็ลงทุนใน Startup กลุ่มเทคโนโลยีเพื่อนำ Know How มาปรับใช้กับองค์กร หรือบางที่ก็เรียนรู้ที่จะทำเองทั้งหมดตั้งแต่การวางระบบ มองหาบุคลากรเพื่อมาพัฒนา AI ให้ตอบโจทย์เรื่องต่างๆ ที่องค์กรต้องการ
สำหรับ ดีแทค ก็ไม่ได้เพิกเฉยต่อเทคโนโลยีนี้ แต่ดีเเทคเลือกที่จะลุยเรื่องนี้ผ่านการใช้ความร่วมมือเพื่อดึงศักยภาพของหน่วยงานอย่าง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีการเรียนการสอนเรื่อง AI ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ มาผนวกกับดีแทคที่มีกรณีศึกษาบนโลกธุรกิจให้นักศึกษาได้เรียนรู้ ทำให้ดีลนี้จึงเป็นดีลที่วินทั้งสองฝ่าย เป็นโครงการ ห้องปฏิบัติการล้ำสมัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Lab)
ที่ผ่านมาดีแทคได้นำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยการทำงาน ในส่วนของกระบวนการลงทะเบียนซิม จาก เดิมที่ใช้พนักงานคัดแยกภาพถ่ายบัตรประชาชน ก็ได้นำเอา AI เข้ามาช่วยในการคัดแยก หรือแม้แต่ การใช้แชทบอทในการตอบคำถามของลูกค้า โดย 20% ผ่านทาง Facebook และ 30% ผ่านทาง SMS ซึ่งมีอัตราความถูกต้องของการตอบสนองสูงถึง 80% รวมถึงการแนะนำในแอปพลิเคชั่น ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขายในปัจจุบันได้ถึง 30%
นอกจากนี้ 30% ของรายได้จากท๊อปอัพบนแอพพลิเคชั่นดีแทค ก็มาจากการแนะนำของ AI จึงทำให้ดีแทคเล็งเห็นถึงประโยชน์ที่จะนำ AI เข้ามาใช้ในธุรกิจให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อความรวดเร็วและตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้รวมถึงการนำเสนอสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงตรงกับความต้องการแต่ละคนที่มีความแตกต่างได้