1.สหพัฒน์คาดการณ์ว่าตลาดชอปปิ้งออนไลน์ของไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเท่ากับตลาดออฟไลน์ นั่นหมายถึงประชากรครึ่งหนึ่งซื้อผ่านช่องทางนี้
2.ขณะเดียวกันสหพัฒน์ก็มีความเชื่อมั่นว่า อีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจที่ต้องใช้ประสบการณ์ และเลือกที่จะจับมือกับ LAZADA เพราะเป็น Market Place เบอร์หนึ่งในตลาด SEA
3.LAZADA เป็นผู้เชี่ยวชาญตลาดออนไลน์ทั้งระบบ Ecosystem ตั้งแต่การทำตลาด การเข้าหาลูกค้า โลจิสติกส์ คลังสินค้า และฐานข้อมูลในการนำเสนอสินค้าได้อย่างถูกต้องตามโปรไฟล์ และความต้องการของลูกค้า
4.ด้วยประสบการณ์ของ LAZADA สหพัฒน์จึงต้องการให้ LAZADA เป็นทางลัดในการเปิดตลาดในช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับการลองผิดลองถูกเหมือนอย่างที่ผ่านมา ทั้งยังทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีมากขึ้นด้วย
5.การเซ็นเอ็มโอยูครั้งนี้ จะเป็นการทำให้บริษัทในเครือสหพัฒน์ที่มีอยู่ประมาณ 200 บริษัท รู้ทิศทางของเครือโดยทันที และไม่ต้องไปชี้แจงนโยบายเป็นรายบริษัท
6.สหพัฒน์มองโอกาสการร่วมมือในการขยายตลาด นำสินค้าและบริการของเครือสหพัฒน์เข้าไปจำหน่ายทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดอาเซียน 6 ประเทศ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่ง LAZADA มีฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งอยู่ รวมถึงจีน ในฐานะที่อาลีบาบาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ LAZADA