ใครรู้จักกลุ่มโรค NCDs บ้างยกมือขึ้น? …
หลายคนอาจยังทำหน้ามึนงงกับศัพท์แสงของคำว่า NCDs แต่ถ้าบอกว่า หมายถึง โรคใกล้ๆ ตัว อย่างเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งชนิดต่างๆ ทุกคนคงร้องอ๋อ...ขึ้นมาทันที
NCDs (Non-Communicable Diseased) จัดเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยไปนับแสนคนต่อปี คือ กลุ่มโรคร้ายที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากเชื้อโรคใดๆ แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เราสร้างขึ้นมาเองทั้งหมด ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็งต่างๆ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วนลงพุง ซึ่งสาเหตุเกิดจาก 6 ปัจจัยเสี่ยง คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ อาหารรสจัด (หวาน-มัน-เค็ม) การออกกำลังกายที่ไม่เพียงพอ ความเครียด และกรรมพันธุ์
ปัจจุบันคนไทยมีความเสี่ยงในการเป็นโรค NCDs มากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2552 มีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรค NCDs ทั่วโลกกว่า 36.2 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยราว 14 ล้านคน เสียชีวิต 3 แสนคน คิดเป็น 73% นับเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 200,000 ล้านบาทต่อปี
สำหรับคนในยุคดิจิตอลล้วนมีความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือกลุ่มโรค NCDs ทวีความรุนแรงมากขึ้น สาเหตุหลักจากการมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ และมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงเป็นโรค NCDs ทั้งสิ้น โดยในปี 2558 พบพฤติกรรมเนือยนิ่ง 5 อันดับแรกของคนไทย คือ นั่ง/นอนดูโทรทัศน์ 50% นั่งคุย/นั่งประชุม 28.4% นั่งทำงาน/นั่งเรียน 27% นั่งเล่นเกมโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ 20% และนั่งอ่านหนังสือ 10.8%
โดยกลุ่มช่วงวัยที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มโรค NCDs มากที่สุด คือ คนในวัยทำงาน (25-59 ปี ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตปราศจากวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉง (Active Living) นับตั้งแต่การเดินทางไปทำงานทั้งขาไปและขากลับ ที่ต้องนั่งหรือยืนบนยานพาหนะเป็นเวลานาน ขณะที่การทำงานก็ยังคงอยู่ในสภาวะการนั่งทำงานสลับกับการนั่งประชุมทั้งวันจนแทบไม่ได้ลุกจากเก้าอี้ หรือขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย มีกิจกรรมอยู่กับหน้าจอต่างๆ เช่น ดูทีวี เล่นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเลต และสมาร์ทโฟน