TMB HACKATHON 2018 ที่ TMB จัดขึ้นนั้นมีเป้าหมายมุ่งไปยัง 9 แวลูเชน โดยให้พนักงานภายในองค์กรหาผู้ร่วมทีมไม่เกินทีมละ 10 คน ซึ่งจะมีการรวมทีมกันของพนักงานจากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทีมดูแลผลิตภัณฑ์ มาร์เก็ตติ้ง สาขา ไอที หรือโอเปอเรชั่น โดยคนในทีมถึงแม้จะเป็นระดับบริหาร ก็ต้องถอดหัวโขนของตัวเองออก เพื่อช่วยกันตั้งโจทย์และแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ดีที่สุด โดยผู้ชนะทั้ง 3 ทีม จะได้รับรางวัลเป็น Tech Trip เพื่อไปดูงานที่ บริษัท อาลีบาบา สำนักงานใหญ่ ประเทศจีน
“เราเชื่อว่าการตั้งโจทย์หรือขั้นตอนหา Problem Statement สำคัญกว่าการหาคำตอบ ทั้ง 9 ทีมจึงต้องเริ่มต้นจากการตั้งโจทย์เพื่อเข้าใจปัญหาของลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยจะมีการ Pitching ด้วยว่า แต่ละทีมตั้งโจทย์ได้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งมีผู้บริหารสูงสุดของแต่ละสายงาน รวมถึงซีอีโอทั้งหมด 10 ท่าน เป็นคณะกรรมการ พร้อมกับมีการ Pitching ว่ากรรมการท่านใดจะเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมไหน ถ้าทีมใดไม่ถูกเลือก ก็ต้องกลับไปตั้ง Problem Statement กันใหม่”
เพราะเราเชื่อว่า การตั้งคำถามที่ไม่ถูกต้อง จะทำให้การแก้ปัญหาให้ลูกค้าผิด ทำให้ TMB HACKATHON ใช้เวลาและให้ความสำคัญกับการตั้งโจทย์มาก
คุณกาญจนา พูดถึงผลจากการจัด “TMB HACKATHON” ว่า ผลที่ได้รับออกมาค่อนข้างจะน่าพอใจ แม้จะมีรางวัลให้กับ 3 ทีม ที่ทำออกมาได้ดีที่สุด แต่ผลงานโดยรวมของอีก 6 ทีม ก็ออกมาดีไม่แพ้กัน โดยนอกจากเรื่องของเทคนิคในการหาไอเดียใหม่ๆ ไปจนถึงวิธีการตั้งคำถามเพื่อให้เข้าถึงปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า ผลลัพธ์อีกอย่างที่มีคุณค่าไม่ต่างกัน คือ ความร่วมมือกันทำงานระหว่างแผนก จากเดิมที่ต่างคนต่างทำงานตามหน้าที่ของตนในแต่ละแผนก แต่ TMB HACKATHON ยังเป็นกลไกแห่งการสร้างพลังในเรื่องของ “Team Spirit” ที่ทุกคนมารวมตัวกันทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง
พลังในเรื่องของ “Team Spirit” ดังกล่าวได้รับคำยืนยันจาก คุณศรัณย์ ภู่พัฒน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจตลาดเงิน TMB ผู้ร่วมงาน “TMB HACKATHON” ในฐานะทีมที่ชนะเลิศ กล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนให้เห็นจากการนำแนวคิด HACKATHON มาใช้ ก็คือ ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นมาก เพราะทุกคนในทีมมีเป้าหมายร่วมกัน
“ผมคิดว่าวิธีคิดที่ทำให้ทุกคนมีเป้าหมายร่วมกันส่งผลลัพธ์อย่างน่ามหัศจรรย์ หากนำมาปลูกฝังในการทำงานทุกวันของพวกเราได้ก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับองค์กรยิ่งขึ้น เพราะทุกอย่างเริ่มจากการคุยกัน แล้วย้อนถามกันว่ามีอะไรที่เป็นโจทย์สำหรับลูกค้า หรือโจทย์สำหรับพนักงานเอง ซึ่งเมื่อเราช่วยกันหาขึ้นมาแล้ว ทำให้ทุกคนรู้สึกว่ามันมีความหมาย และอยากจะร่วมมือกัน เพื่อมุ่งไปที่การช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้า”
คุณศรัณย์ ยังสะท้อนประสบการณ์การทำงานกับองค์กรอย่าง TMB มาร่วม 1 ทศวรรษว่า สิ่งที่เขาได้เห็นมาตลอด ก็คือ การไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาของคนในองค์กร ที่ช่วยกันขับเคลื่อนการทำงานให้ไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความพยายามที่จะทำให้องค์กรมี Layer ให้น้อยที่สุด เพื่อให้องค์กรมันทำงานได้อย่างคล่องตัว รวมไปถึงการ Empower พนักงาน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้ภายใต้ข้อจำกัดในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเวลา