ส่วนเรื่องการต่อคิวเพื่อรอซื้อสินค้าในยามที่ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ไม่เพียงเกิดจากอานิสงส์ของลัทธิผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังมาจากนโยบายแบบ “First Come First Serve” ของ Apple นั่นก็คือ ใครมาก่อนก็ได้เข้าซื้อก่อน ทำให้ภาพที่เกิดขึ้นทุกครั้ง มักจะมีการมารอต่อคิวล่วงหน้า การตั้งแคมป์หน้า Apple Store ประหนึ่งเป็นการเข้าคิวเพื่อรอพบซูเปอร์สตาร์ของพวกแฟนหนัง
แม้กระทั่งในประเทศแถบเอเชียอย่างจีนเอง ก็ยังปรากฏลัทธิคลั่ง Apple เห็นได้จากผู้คนจำนวนกว่า 1,000 คนเข้าคิวรอซื้อ iPhone หน้าร้าน Apple Store ที่กรุงปักกิ่ง ถึงแม้ว่าจะต้องรอคอยล่วงหน้ากว่า 2 วันก็ตาม โดย Yu Zhong Hui ผู้ที่เข้าต่อคิวเป็นคนแรกกล่าวว่า “ถึงจะหนักกาย แต่สำหรับทางใจแล้ว ผมมีความสุขมากครับ” สะท้อนให้เห็นความผูกพันระดับ Emotional Bonding ที่สาวกเหล่านี้มีต่อลัทธิ Apple ของพวกเขา
ในเมืองไทยเองก็มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาต่อคิวเพื่อรอซื้อ โดยเฉพาะหลังๆ กับการเปิดตัว iPhone และ iPad รุ่นต่างๆ โดยมีผู้ให้บริการ Mobile Operator แต่ละรายเป็นผู้ร่วมปลุกกระแสดังกล่าว
ในแง่ของการสื่อสารต้องยอมรับว่า Apple ลงทุนอย่างมากในการรักษาภาพลักษณ์ของ “ความเจ๋ง” เอาไว้ ซึ่งในทุกมิติของการสื่อสารล้วนสะท้อนภาพของกลุ่มคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขบถ หรือคนฉลาดที่ต่อต้านค่านิยมปกติทั่วไป และในระยะหลังๆ ออกจะดูเฉียบขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ทว่ากุญแจสำคัญอีกดอกยังอยู่ที่ผู้นำลัทธิชื่อ Steve Jobs ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตลงไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยความอาลัยอาวรณ์ของเหล่าสาวกที่มีต่อ Iconic CEO ผู้นี้ได้แสดงออกมาในหลากหลายรูปแบบ แต่ล้วนทำให้เราเข้าใจถึงระดับความผูกพันที่พวกเขามีต่อบุคคลที่เปรียบเสมือน “ตัวแทน” ของ Apple ได้อย่างชัดเจน
รวมทั้งมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เมื่อ Apple สิ้นยุคของผู้นำอย่าง Steve Jobs ไป “อารมณ์ผูกพัน” ของบรรดาสาวก “iFamily” ที่ว่านั้น จะยังคงมีความจงรักภักดีเฉกเช่นเดิมอีกต่อไปหรือไม่
แต่ Apple ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แนวทางการสร้างความแตกต่างในเชิงกลยุทธ์ของตัวเองใช้ได้ผล และกลายเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคภูมิใจในการได้ครอบครองมัน.....