“จากการทำตลาดของยูนิลีเวอร์ พบว่าแบรนด์ที่มี Purpose จะเติบโต 50% ในแต่ละแบรนด์ อีกทั้งบริษัทที่มีเป้าหมายในเรื่องของ Sustainable จะเติบโตเร็วกว่าบริษัทธรรมดา 2 - 3 เท่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับที่ดีต่อแบรนด์ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภค รวมถึงแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”
นั่นคือบางส่วนของคำสัมภาษณ์ที่ โรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ให้ไว้กับสื่อมวลชนเมื่อครั้งงานแถลงข่าวของบริษัท
ยูนิลีเวอร์เป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า FMCG ที่ทุกวันนี้มีคนใช้กว่า 2,500 ล้านคนในทั่วโลก ส่วนในประเทศไทย สินค้าของยูนิลีเวอร์อยู่ใน 22.4 ล้านครัวเรือนในประเทศไทย คิดเป็น 99.2% ของครัวเรือนในเมืองไทย การทำให้ลูกค้าของยูนิลีเวอร์ สังคม ตลอดจนโลกของเราดีขึ้นจึงเป็น Purpose สำคัญของยูนิลีเวอร์ที่ถูกนำเสนอออกมาในการทำตลาดอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีหลังมานี้
จากเป้าหมายสำคัญของยูนิลีเวอร์ ที่ทำผ่าน 3 ภารกิจหลัก คือ 1.ช่วยเหลือคนมากกว่า 1,000 ล้านคน ให้มีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 2.ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลงให้ได้ครึ่งหนึ่งจากปัจจุบัน 3.ทำให้ความเป็นอยู่ของคนดีขึ้นไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจขององค์กร กลายมาเป็นแกนหลักในการกำหนดในเรื่องของ Brand Purpose ขึ้นมา โดยเฉพาะที่เป็นวัตถุประสงค์ ที่ทำให้โลกและสังคม หรือผู้ใช้นั้นดีขึ้น
ที่สำคัญยังทำให้รู้สึกว่า แบรนด์นี้ช่วยทำให้ตัวเองดีขึ้น รวมถึงช่วยทำให้โลกดีขึ้น ซึ่งทำให้แบรนด์เหล่านั้นจะเข้าไปประทับในความทรงจำของผู้คน หรือสามารถทำให้ผู้บริโภคสามารถรู้สึกว่าตัวเองนั้นมีคุณค่าและแตกต่างคนอื่นๆ เพราะเลือกใช้สินค้าที่ออกแบบมาเพื่อสร้างอัตลักษณ์ของคนใช้
ยูนิลีเวอร์เลือกสร้าง Brand Purpose ผ่าน 5 แบรนด์หลักๆ ไล่ตั้งแต่บรีส โอโม ซันไลต์ โดฟ และคนอร์ ซึ่งทั้ง 5 แบรนด์นั้นต่างมีเป้าประสงค์ในการเข้าไปช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของลูกค้าให้ดีขึ้น รวมถึงทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า และต่างจากคนอื่นๆ